Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เตือนประชาชาติของท่านที่กระทำการบางอย่างโดยกล่าวว่า “เขาไม่ใช่พวกเรา” ส่วนหนึ่งจากคำเตือนนั้นคือ: หนึ่ง: "ผู้ทำการตะฏ็อยยุร หรือให้ผู้อื่นทำให้" ซึ่งเดิมแล้วมาจาก การปล่อยนกเมื่อมีความต้องการจะทำการใดๆ เช่น ทำงาน เดินทาง ทำธุรกิจ และอื่นๆ หากนกนั้นบินไปทางขวาแสดงว่าไปในทางที่ดีและให้เดินหน้าทำในสิ่งที่ต้องการนั้น และหากนกนั้นบินไปทางซ้ายก็จะเป็นลางร้ายก็จะหยุดทำในสิ่งที่ต้องการนั้น ดังนั้นจะไม่อนุญาตให้ทำสิ่งนั้นไม่ว่าด้วยตนเอง หรือด้วยการใช้ผู้อื่น ซึ่งลางร้ายอาจมาจากการได้ยินหรือมองเห็น เช่น นก สัตว์ คนพิการ ตัวเลขต่างๆ วันเวลา หรืออื่นๆ สอง: "ผู้ที่ทำนายอนาคต หรือให้ผู้อื่นทำนายให้เขา" ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่อ้างว่ารู้เรื่องเร้นลับด้วยการอาศัยดาวต่างๆ หรือใช้อย่างอื่น หรือเขาไปหาผู้ที่ทำนาย แล้วเชื่อในสิ่งที่เขาบอกมาที่เป็นเรื่องเร้นลับ ดังนั้นแท้จริงแล้วเขาได้ปฏิเสธในสิ่งที่ถูกประทานลงมาให้แก่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุฮะลัยฮิวะสัลลัม. สาม: "ผู้ใดที่ทำไสยศาสตร์ หรือให้คนอื่นทำไสยศาสตร์ให้เขา" คือผู้ที่ทำไสยศาสตร์ด้วยตัวเอง หรือให้ผู้อื่นทำให้เขา เพื่อทำให้คนใดคนหนึ่งได้รับประโยชน์หรือได้รับอันตรายจากการทำไสยศาสตร์ หรือผูกเงื่อนด้วยการมัดด้ายและทำไสยศาสตร์ด้วยการอ่านบทเสกต่างๆ ที่ต้องห้าม และปักเป่าใส่.
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เตือนไม่ให้ไปหาหมอดู – ซึ่งเป็นชื่อที่ครอบคลุมถึง หมอดู โหราจารย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผู้ที่อ้างความรู้ในสิ่งเร้นลับ – และเพียงแค่ถามเขาเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องเร้นลับ อัลลอฮฺจะไม่ตอบรับผลบุญการละหมาดของเขาเป็นเวลาสี่สิบวัน และนั่นถือเป็นการลงโทษสำหรับเขา สำหรับความผิดและบาปใหญ่นี้
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่าใครก็ตามที่เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับจักรราศี โหราศาสตร์ และกลุ่มดาวต่างๆ ถึงการเคลื่อนไหวของมัน และการมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลก เช่น ความตายของคนใดคนหนึ่ง หรือการมีชีวิตเขา หรือการเจ็บป่วยของเขา และเหตุการณ์อื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แท้จริงแล้วเขาได้เรียนรู้ส่วนหนึ่งของไสยศาสตร์แล้ว และยิ่งมีการเรียรรู้เรื่องนี้เพิ่มมากเท่าไร แน่นอนไสยศาสตร์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวในหะดิษบทนี้ถึงบาปหนึ่งที่นับว่าเป็นหนึ่งในบาปใหญ่ที่สุด นั่นก็คือ การทำให้อัลลอฮฺ สุบหานะฮู ทรงมีสิ่งอื่นร่วมด้วยในการเป็นพระเจ้าของพระองค์หรือสิทธิในการเคารพสักการะของพระองค์ และที่เริ่มต้นด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เพราะมันคือบาปที่ใหญ่หลวง และการสิ้นหวังจากอัลลอฮฺ เพราะมันเป็นการคิดที่ไม่ดีต่ออัลลอฮฺ และความโง่เขลาต่อความเมตตาที่กว้างขวางของพระองค์ และความปลอดภัยนั้นมาจากการไม่รีบเร่งของพระองค์ต่อบ่าวด้วยการให้ความสุขจนกระทั่งความตายจะมาเยือนเขาอย่างกะทันหัน และในหะดิษนี้ไม่ได้จำกัดบาปใหญ่ตามที่ได้กล่าวมา เพราะบาปใหญ่นั้นมีมากมาย แต่ความหมายที่จะสื่อถึงคือ บาปที่ใหญ่ที่สุด
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า แท้จริงการศรัทธานั้นมีสาขาและคุณสมบัติมากมาย ซึ่งรวมถึงการกระทำ ความเชื่อ และคำพูด. และคุณสมบัติสูงสุดและดีที่สุดของการศรัทธาคือการกล่าวว่า «لا إله إلا الله»(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ) โดยรู้ความหมายของมันและปฏิบัติตามในเนื้อหาของมัน นั้นคือศรัทธาว่าอัลลอฮฺคือพระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะเพียงองค์เดียวโดยไม่มีสิ่งอื่นใด และการกระทำของการศรัทธาที่เล็กที่สุดคือการขจัดสิ่งอันตรายบนเส้นทางเดินสัญจรของผู้คน จากนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า แท้จริงความละอายเป็นคุณสมบัติหนึ่งของการศรัทธา และถือว่าเป็นมารยาทหนึ่งที่ทำให้เกิดการทำดีและหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี
ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อยู่ระหว่างการเดินทาง และผู้คนต่างก็อยู่ในที่พักนอนของพวกเขา แล้วท่านก็ส่งคนคนหนึ่งไปหาผู้คนเพื่อสั่งให้พวกเขาตัดสิ่งต่างๆ ที่แขวนไว้ที่คอของอูฐไม่ว่าจะเป็นเชือก - สายธนู - หรือจากสิ่งอื่นเช่น กระดิ่งหรือรองเท้า เพราะการกระทำเช่นนั้นของพวกเขานั้นเพื่อป้องกันจากสายตาที่ชั่วร้าย ดังนั้นพวกเขาจึงถูกสั่งให้ตัดออก เพราะมันไม่ได้ป้องกันอะไรให้แก่พวกเขา และแท้จริงสิ่งที่เป็นประโยชน์และโทษนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺผู้เดียวโดยไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์.
ผู้ใดที่หัวใจของเขาหรือการกระทำของเขาหรือด้วยทั้งสองสิ่งหันเหไปยังสิ่งๆ หนึ่งเพื่อต้องการประโยชน์จากมันหรือให้รอดพ้นจากภัยอันตราย อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาต้องพึ่งพาสิ่งที่เขายึดถือไว้ตลอด และใครที่ยึดติดกับอัลลอฮฺ เป็นที่เพียงพอต่อเขาแล้ว และจะได้รับความง่ายดายต่อทุกๆ ความยากลำบาก และใครที่ยึดติดสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาต้องพึ่งพาสิ่งนั้นตลอดและทำให้เขาผิดหวัง
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า ใครก็ตามที่กล่าวและทำการปฏิญาณตนด้วยปากของเขาว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์" นั่นคือไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮ์ และเขาปฏิเสธต่อทุกสิ่งที่เป็นสิ่งเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮ์ และละทิ้งทุกศาสนายกเว้นอิสลาม ดังนั้นทรัพย์สินเงินทองของเขาและเลือดของเขาเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมุสลิม เพราะไม่ใช่สิทธิใดๆ สำหรับเรา นอกจากสิ่งที่ประจักษ์เปิดเผยจากการงานของเขาเท่านั้น ทรัพย์สินเงินทองของเขาจะไม่ถูกเอาไป และเลือดของเขาจะไม่ถูกหลั่งออกมา เว้นแต่เขาได้ก่ออาชญากรรมหรือความผิดทางอาญาที่จำเป็นต้องลงโทษซึ่งเป็นบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม และอัลลอฮฺจะทรงเป็นผู้คิดบัญชีของเขาในวันกิยามะฮ์ เพราะหากเขามีความสัจจริง พระองค์ก็จะให้รางวัลตอบแทนเขา และถ้าเขาเป็นคนกลับกลอก(มุนาฟิก)พระองค์ก็จะลงโทษเขา
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อธิบายว่าผู้ที่ให้ความเมตตาต่อผู้อื่นจะได้รับความเมตตาจากพระผู้ทรงเมตตาด้วยพระเมตตาของพระองค์ที่ครอบคลุมทุกสิ่ง เพื่อเป็นการตอบแทนที่สอดคล้องกัน. แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำชับให้มีเมตตาต่อทุกสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ นก และอื่นๆ ที่เป็นสิ่งถูกสร้างต่างๆ และรางวัลสำหรับสิ่งนั้นก็คือ อัลลอฮ์จะทรงเมตตาท่านจากเหนือฟากฟ้าของพระองค์