Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่า บุคคลหนึ่งไม่สามารถเป็นผู้ศรัทธาที่มีศรัทธาที่สมบูรณ์ได้ จนกว่าความรักของเขาจะคล้อยตามสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้นำมา จากคำสั่งและข้อห้ามและสิ่งอื่นๆ เขาจะรักสิ่งที่ท่านสั่งใช้ และเกลียดชังสิ่งที่ท่านห้าม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เตือนถึงลักษณะสี่ประการหากมีอยู่รวมกันในมุสลิม จะทำให้เขามีความคล้ายคลึงกับคนหน้าไว้หลังลอกอย่างมากโดยเฉพาะในกรณีที่ลักษณะเหล่านี้มีอยู่ในตัวเขาอย่างเด่นชัด แต่หากมีเพียงเล็กน้อยก็ไม่ถือว่ารวมอยู่ในกลุ่มนี้ และลักษณะทั้งสี่นั้นคือ ประการแรก: เมื่อเขาพูด เขาจงใจโกหกและไม่ซื่อสัตย์ในคำพูดของเขา ประการที่สอง: เมื่อเขาทำพันธสัญญา เขาก็มิได้ปฏิบัติตามและทรยศต่อเจ้าของ ประการที่สาม: เมื่อเขาให้สัญญา เขาจะไม่ปฏิบัติตามและผิดสัญญา ประการที่สี่: เมื่อเขาทะเลาะวิวาทกับใคร การทะเลาะวิวาทของเขารุนแรง ใช้กลอุบายในการตอบโต้และล้มล้างข้อเท็จจริง และพูดในสิ่งที่ไม่จริงและโกหก แท้จริงหน้าไว้หลังหลอกนั้น คือการแสดงสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างใน และความหมายนี้มีอยู่ในบุคคลที่มีคุณสมบัติเหล่านี้กล่าวคือ หน้าไว้หลังหลอกของเขาใช้กับผู้ที่พูดกับเขา สัญญากับเขา ไว้วางใจเขา โต้เถียงกับเขา และทำสัญญากับเขา จากหมู่คน ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนเสแสร้งในศาสนา ที่แสดงตนว่าเป็นมุสลิมแต่ซ่อนความปฏิเสธในใจไว้ และใครก็ตามที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งจากคุณลักษณะข้างต้น เขาก็เป็นผู้ที่มีคุณลักษณะหน้าไว้หลังหลอกจนกว่าเขาจะละทิ้งสิ่งเหล่านั้น
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาบานต่ออัลลอฮ์ว่า จะไม่มีใครจากประชาชาตินี้ ไม่ว่าจะเป็นชาวยิว หรือคริสเตียน หรือใครอื่นก็ตามที่การเผยแพร่ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถึงเขาแล้ว จากนั้นเขาได้เสียชีวิตไปในสภาพที่ไม่ศรัทธาต่อท่าน เว้นแต่เขาจะเป็นหนึ่งในหมู่ชาวนรกที่จะอยู่ในนั้นตลอดไป.
ท่านหญิงอาอิชะฮ์และท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้บอกให้แก่เราว่าเมื่อความตายใกล้เข้ามาถึงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านเอาผ้าปิดหน้าไว้ และเมื่อท่านรู้สึกลำบากในการหายใจเพราะความเจ็บปวดแห่งความตาย ท่านก็จะเอาผ้านั้นออกจากหน้าของท่าน แล้วท่านก็กล่าวในสภาพที่ลำบากนั้นว่า อัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกยิวและคริสเตียน และทำให้พวกเขาห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ เพราะพวกเขาสร้างมัสยิดเหนือหลุมฝังศพของบรรดานบีของพวกเขา และหากไม่ใช่เพราะอันตรายของมัน ท่านคงไม่กล่าวถึงมันในสถานการณ์แบบนี้ ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงห้ามประชาชาติของท่านไม่ให้เลียนแบบการกระทำนั้น เพราะมันเป็นการกระทำของชาวยิวและคริสเตียน และมันเป็นการกระทำที่นำไปสู่การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงยิ่งใหญ่
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้วอนขอต่ออัลลอฮ์เพื่อไม่ให้สุสานของเขาเป็นดั่งรูปปั้นที่มีผู้คนเคารพบูชา ด้วยการให้ความยิ่งใหญ่ และหันไปทางสุสานของท่านในยามสุญูด จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ยังได้กล่าวอีกว่า แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงให้ห่างไกล และทรงขับไล่ผู้ที่เอาสุสานของบรรดานบีเป็นสถานที่สักการะ ออกจากความเมตตาของพระองค์ เนื่องจากการเอาสุสานของพวกเขาเป็นมัสยิด เพราะการเอาสุสานทำเป็นมัสยิดนั้นเป็นการนำไปสู่หนทางการเคารพบูชาพวกเขา และเชื่อมันต่อสุสานเหล่านั้น.
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : พระองค์เป็นผู้ที่สูงส่งเหนือการมีหุ้นส่วนใดๆ พระองค์ไม่จำเป็นต้องพึ่งสิ่งใดๆ และผู้ใดที่กระทำการใดๆ ที่เป็นการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ และได้ทำให้สิ่งนั้นเพื่อพระองค์และเพื่อผู้อื่นด้วย แน่นอนอัลลอฮ์จะทิ้งสิ่งนั้น จะไม่ตอบรับมัน และจะส่งคืนมันให้กับเจ้าของของมัน ดังนั้น จำเป็นต้องบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ในทุกการงานที่ทำ เพราะพระองค์จะไม่รับการงานใด ยกเว้นการงานที่บริสุทธิ์ต่อพระองค์เท่านั้น
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกสถานะของท่าน ณ พระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ซึ่งท่านได้บรรลุระดับสูงสุดของความรักจากพระเจ้า เช่นเดียวกับอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธที่จะมีคนรักอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้า เพราะหัวใจของเขาเปี่ยมล้นด้วยความรักจากอัลลอฮ์ การสรรเสริญ และการรู้จักพระองค์ ดังนั้นจึงไม่มีที่ว่างสำหรับใครนอกจากอัลลอฮ์ และหากท่านจะมีใครสักคนหนึ่งที่เป็นเคาะลีล แน่นอนเขาคนนั้นคือท่านอบูบักร อัศศิดดีก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากนั้นท่านได้เตือนไม่ให้มีความรักที่เกินขอบเขตที่อนุญาต เช่นที่ชาวยิวและคริสเตียนทำกับหลุมฝังศพของบรรดานบีและคนศอและห์ของพวกเขาจนทำให้หลุมฝังศพเหล่านั้นกลายเป็นที่บูชาแทนอัลลอฮ์ และพวกเขาสร้างมัสยิดและวิหารเหนือหลุมฝังศพของพวกเขา และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามไม่ให้ประชาชาติของเขาทำแบบเดียวกับที่พวกเขาทำ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงหึงหวง ทรงโกรธ และไม่พอใจ ดังเช่นผู้ศรัทธาหึงหวง โกรธและไม่พอใจ และการหึงหวงของอัลลอฮ์เกิดขึ้นจากการที่ผู้ศรัทธาได้กระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามไว้ เช่นการผิดประเวณี รักร่วมเพศ ขโมย ดื่มของมึนเมา และอื่นๆ ที่เป็นสิ่งต้องห้ามต่างๆ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แจ้งไว้ว่าผู้ใดที่สาบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ หรือต่อพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์หรือได้ทำในสิ่งที่ภาคีแล้ว เพราะการสาบานนั้นเป็นการแสดงถึงการให้ความยิ่งใหญ่ต่อสิ่งที่สาบานนั้น และความยิ่งใหญ่นั้นเป็นสิทธิ์สำหรับอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่อนุญาตทำการสาบานนอกจากต่ออัลลอฮ์ พระนามและคุณลักษณะของพระองค์ อันมหาบริสุทธิ์ยิ่งเท่านั้น การสาบานในลักษณะนี้เป็นการตั้งภาคีเล็ก แต่ถ้าผู้ที่ทำการสาบานนั้นให้ความยิ่งใหญ่แก่สิ่งที่เขาได้สาบานเทียบเท่ากับความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ ตะอาลาหรือเหนือกว่า ดังนั้นถ้าเป็นในลักษณะนั้นก็จะเป็นการตั้งภาคีใหญ่