





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากท่านอบูฏ็อลหะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “มะลาอิกะฮ์ไม่เข้าไปในบ้านที่มีสุนัขหรือรูปภาพ”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้แจ้งว่ามะลาอีกะฮ์แห่งความเมตตาจะไม่เข้าไปในบ้านที่มีสุนัขหรือรูปต่างๆที่มีชีวิต เพราะภาพที่มีชีวิต (สิ่งมีชีวิต) นั้นถือเป็นบาปใหญ่ ซึ่งเป็นการเลียนแบบการสร้างของอัลลอฮ์ และยังเป็นสื่อที่นำไปสู่การตั้งภาคี (การเชื่อมโยงสิ่งอื่นเทียบเท่ากับอัลลอฮ์) และบางภาพก็เป็นรูปของสิ่งที่ถูกเคารพบูชาแทนอัลลอฮ์ สำหรับเหตุผลที่ทำให้บรรดามะลาอิกะฮ์ไม่เข้าบ้านที่มีสุนัขอยู่ เพราะสุนัขมักชอบกินของสกปรก และบางชนิดถูกเรียกว่า "ชัยฏอน"และมะลาอิกะฮ์นั้นตรงข้ามกับชัยฏอน เพราะสุนัขมีกลิ่นที่น่าเกลียด เหล่าบรรดามะลาอีกะฮฺเกลียดกลิ่นอันน่าเกลียด นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามไม่ให้เลี้ยงสุนัข ดังนั้น ผู้ที่เลี้ยงสุนัขจะถูกลงโทษโดยการถูกห้ามไม่ให้มะลาอิกะฮ์แห่งความเมตตาเข้าบ้านของเขา รวมถึงการละหมาดในบ้านของเขา การขออภัยโทษและการอวยพรให้แก่เขาและบ้านของเขา ตลอดจนการป้องกันอันตรายจากชัยฏอน
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "บรรดามะลาอิกะฮ์จะไม่ร่วมเดินทางกับกลุ่มหนึ่งที่มีสุนัขหรือกระดิ่ง"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า บรรดามะลาอิกะฮ์จะไม่ร่วมเดินทางกับกลุ่มหนึ่งที่มีสุนัขหรือกระดิ่งที่ใช้แขวนไว้บนตัวสัตว์ ซึ่งมันส่งเสียงออกมาเมื่อสัตว์นั้นเคลื่อนไหว
จากอับดุลเราะห์มาน บิน ซะมุเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พวกเจ้าจงอย่าสาบานด้วยรูปบูชาหรือบรรพบุรุษของพวกเจ้า”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามสาบานด้วยอัต-ตอวาฆีย์ คือพหุพจน์ของคำว่า ตอฆียะฮ์ ซึ่งหมายถึงรูปเคารพที่พวกผู้นับถือพระเจ้าหลายองค์นับถือแทนอัลลอฮ์ ซึ่งมันเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาหลงทางและปฏิเสธศรัทธา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามสาบานด้วยบรรพบุรุษ ซึ่งธรรมเนียมของชาวอาหรับในยุคก่อนอิสลามพวกเขาจะสาบานด้วยบรรพบุรุษของตนเพื่อแสดงความภาคภูมิใจและให้ความยิ่งใหญ่แก่บรรพบุรุษ
จากบุรัยดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดได้สาบานด้วยความซื่อสัตย์ ดังนั้นเขาผู้นั้นไม่ใช่พวกพ้องของเรา"
บันทึกโดย อบูดาวูด และอะห์มัดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามและเตือนไม่ให้สาบานด้วยอะมานะฮ์ (ความซื่อสัตย์) และผู้ใดก็ตามที่กระทำสิ่งนั้น ถือว่าไม่ใช่พวกเรา
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: เรากำลังนั่งอยู่ล้อมรอบ ๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยมีอบูบักร์และอุมัรอยู่เป็นกลุ่ม จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ลุกขึ้นยืนในระหว่างเรา เขาค่อย ๆ เดินออกจากเรา และเรากลัวว่าเขาจะประสบกับสิ่งไม่ดีตอนที่เราไม่อยู่ ซึ่งเราต่างหวาดกลัวมาก เราจึงลุกขึ้นยืน และฉันเป็นคนแรกที่หวาดกลัว ฉันจึงเดินออกไปตามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จนกระทั่งฉันได้มาถึงที่สวนชาวอันศอร แห่งบะนู อัล-นัจญาร์ ที่ปิดล้อมไปด้วยกำแพง ฉันจึงเดินรอบ ๆ มัน เพื่อหาประตูเข้าว่าพอจะมีไหม? แต่ฉันไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากว่า มีลำธารเล็ก ๆ เข้าไปตรงกลางสวน ซึ่งมันเป็นสายน้ำที่มาจากบ่อภายนอกสวน ดังนั้น ฉันจึงพยายามมุดตัวเข้า และฉันก็ได้แอบเข้าไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านก็รู้สึกตัวได้ (ว่ามีคนแอบเข้ามาหาท่าน) ท่านกล่าวว่า “เจ้า คือ อบูฮุรัยเราะห์ หรือ?” ฉันก็กล่าวว่า: ใช่ โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า เกิดอะไรขึ้น เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ? ฉันกล่าวว่า: ท่านอยู่กับเรามาแล้วสักพัก ท่านก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมา ดังนั้นเราจึงกลัวว่าท่านจะได้รับอันตราย ดังนั้นเราจึงแอบตามท่านมา และฉันคือคนแรกที่กลัวเช่นนั้น ดังนั้น ฉันจึงมาหาท่านที่นี้ และฉันก็มุดตัวเข้ามาดั่งสุนัขจิ้งจอก และคนเหล่านี้ก็อยู่ข้างหลังฉัน ท่านกล่าวว่า: “โอ้ อบูฮุร็อยเราะห์” แล้วท่านก็มอบรองเท้าของท่านให้ฉัน «จงเอารองเท้าทั้งสองข้างนี้ไป แล้วผู้ใดก็ตามที่เจ้าพบหลังกำแพงนี้ เขาปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจของเขาแน่วแน่ จงแจ้งข่าวดีแก่เขาด้วยสวรรค์” คนแรกที่ฉันพบคืออุมัร และเขากล่าวว่า “อบูฮุร็อยเราะห์ รองเท้าคู่นี้คืออะไร?” ฉันจึงพูดว่า: นี่คือรองเท้าของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านมอบให้ฉัน และท่านให้ฉันแจ้งข่าวดีว่าผู้ใดก็ตามที่ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าด้วยเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจที่แน่วแน่ เขาจะได้เข้าสวรรค์ ดังนั้นอุมัรจึงผลักที่อกของฉัน และฉันก็ล้มลง เขากล่าวว่า “จงกลับไปเถิด อบูฮุร็อยเราะห์” ดังนั้น ฉันจึงได้กลับไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และฉันก็น้ำตาไหล และอุมัรก็เดินตามฉัน จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าหรือ อบูฮุร็อยเราะห์?” ฉันกล่าวว่า: ฉันได้พบกับอุมัร และฉันได้เล่าให้ท่านฟังถึงสิ่งที่ท่านมอบรองเท้ามาให้ฉัน และเขาก็ผลักเข้าที่อกของฉัน ฉันจึงล้มลง เขากล่าวว่า จงกลับไปหา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เถิด แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า: “โอ้ อุมัร อะไรทำให้เจ้าได้กระทำอย่างนั้น?” เขากล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ฉันขอสาบานว่า สิ่งที่ท่านส่งอบูฮูร็อยเราะฮ์ไปพร้อมกับรองเท้าของท่าน และผู้ใดก็ตามที่เขาพบ เขาจะเป็นพยานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ ด้วยใจที่แน่วแน่ จะทำให้เขาได้เข้าสวรรค์กระนั้นหรือ? ท่านกล่าวว่า: “ใช่” เขากล่าวว่า “อย่าทำอย่างนั้น เพราะฉันกลัวว่าผู้คนจะเข้าใจผิดโดยจะพึ่งมัน ดังนั้นจงปล่อยให้พวกเขาได้กระทำ (ประกอบการงานที่ดี) อย่างนั้นเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ถ้าเช่นนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขาได้กระทำ (ประกอบการงานที่ดี) อย่างนั้นเถิด”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังนั่งอยู่กับกลุ่มสาวกของเขา รวมทั้งอบูบักร์และอุมัร แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ลุกขึ้นยืนจากนั้นแล้วค่อย ๆ เดินออกไปจากพวกเขา บรรดาสาวกจึงรู้สึกหวาดกลัว ว่าเขาจะได้รับอันตรายจากศัตรู หรือไม่ก็อาจจะถูกจับเป็นเชลย หรืออื่น ๆ นอกจากนั้น ดังนั้น สาวกทั้งหลายจึงลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ คนแรกที่ตกใจคืออบูฮุร็อยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จนกระทั่งเขามาถึงสวนผลไม้ของบะนี อัล-นัจญาร์ เขาก็เริ่มเดินไปรอบ ๆ โดยหวังว่าจะพบประตูที่เปิดอยู่แต่ก็ไม่พบ แต่พบลำธารเล็ก ๆ ซึ่งมีน้ำเข้าไปในสวน เขาจึงมุดตัวไว้จนเข้าไปพบท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านกล่าวแก่เขาว่า เจ้าคืออบูฮุร็อยเราะห์ใช่ไหม? เขากล่าวว่า: ใช่ เขาพูดว่า: เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหรือ? อบูฮุร็อยเราะห์ กล่าวว่า: ท่านอยู่ในหมู่พวกเรา แล้วท่านก็ลุกขึ้น และค่อย ๆ เดินออกไปจากพวกเรา เรากลัวว่าท่านจะได้รับอันตราย ดังนั้นเราจึงตื่นตระหนก ดังนั้น ฉันจึงมาที่กำแพงนี้ แล้วก็มุดตัวเหมือนสุนัขจิ้งจอก และผู้คนอีกจำนวนหนึ่งอยู่ข้างหลังฉัน ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ให้รองเท้าของเขาเป็นเครื่องหมายและเป็นสัญญาณว่าเขากำลังพูดความจริง และพูดกับเขาว่า: จงไปพร้อมด้วยรองเท้าของฉันคู่นี้ ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่เจ้าพบจากด้านหลังกำแพงนี้ เขาปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเอกองค์อัลลอฮ์ และไม่มีการเคารพภักดีที่แท้จริงนอกจากพระเจ้าด้วยใจที่แน่วแน่ ผู้ใดก็ตามที่มีคุณสมบัตินี้ก็จะอยู่ในหมู่ชาวสวรรค์ คนแรกที่เขาได้พบคือ อุมัร และเขาได้กล่าวแก่เขาว่า อบูฮุร็อยเราะห์ รองเท้าคู่นี้คืออะไรหรือ?” เขากล่าวว่า: นี่คือรองเท้าของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านได้มอบให้ฉันไปบอกกับผู้คนว่าผู้ใดก็ตามที่ฉันพบ เขาได้ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระเจ้า (เอกองค์อัลลอฮ์) ด้วยใจที่แน่วแน่ จงแจ้งข่าวดีสำหรับเขา คือ จะได้เป็นชาวสวรรค์ จากนั้นอุมัรก็ใช้มือผลักหน้าอกของอบูฮุร็อยเราะห์ ทำให้เขาล้มลง แล้วกล่าวว่า จงกลับไปเถิด อบูฮุร็อยเราะห์ ดังนั้นฉันจึงกลับไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยความกลัวและใบหน้าที่เปลี่ยนไป พร้อมที่จะร้องไห้ และอุมัรก็เดินตามหลังฉัน ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: เจ้าเป็นอะไรไปหรือ อบูฮุร็อยเราะห์? ฉันกล่าวว่า: ฉันได้พบกับอุมัร ดังนั้นฉันจึงบอกเขาถึงสิ่งที่ท่านได้มอบให้แก่ฉัน และเขาก็ผลักฉันอย่างแรงจนฉันล้มลง และกล่าวว่า จงกลับไปเถิด ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: โอ้ อุมัร อะไรทำให้เจ้ากระทำเช่นนั้น? อุมัร กล่าวว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ขอให้บิดาและมารดาของฉันถูกสังเวยเพื่อท่าน ท่านได้ส่งอบูฮุร็อยเราะฮ์มาพร้อมกับรองเท้าของท่านหรือไม่? ใครก็ตามที่ได้พบกับอัลลอฮ์โดยได้ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และเขามั่นใจในสิ่งนั้นอยู่ในใจของเขา ได้รับข่าวดีแห่งสวรรค์? เขากล่าวว่า: ใช่ เขากล่าวว่า: อย่าทำเลย เพราะฉันกลัวว่าคนจะพึ่งในคำพูดของท่านโดยไม่ประกอบการดี จงปล่อยให้พวกเขาประกอบการดีเถิด จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่าวว่า: ถ้าอย่างนั้นแล้ว ก็ปล่อยให้พวกเขาทำการดีเช่นนั้นเถิด
จากอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "มุสลิม(ที่แท้จริง) คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า มุสลิมที่สมบูรณ์ คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นของเขา โดยเขาจะไม่ด่าทอ ไม่สาปแช่ง ไม่นินทาบรรดาชาวมุสลิม และไม่สร้างความเสียหายใดๆ ในหมู่พวกเขาด้วยลิ้นของเขา และพวกเขาปลอดภัยจากมือของเขา โดยเขาจะไม่ทำร้าย ไม่เอาทรัพย์สินของพวกเขาโดยไม่เป็นธรรม และอื่นๆ เป็นต้น และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้
จากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดก็ตามที่กล่าว เมื่อเขาได้ยินการเรียกร้อง(การอาซาน) ว่า: (อัลลอฮุมมา ร็อบบะฮาสิหิดดะฮ์ วะติดตามมะฮ์ วัศเศาะลา ติลกออิมะฮ์ อาติ มุฮัมมะดะนิล วะซีละฮ์ วัลฟะดีละฮ์ วับอัษหุ มะกอมัม มะห์มู ดะนิลละซี วะอัดตะฮ์) ความว่า "โอ้พระเจ้าผู้เป็นเจ้าของการวิงวอนนี้(การอาซาน) และการละหมาดที่มั่นคง จงให้ได้มายังมูฮัมหมัดซึ่ง วาซีละห์(การใกล้ชิดพระองค์ หรือ ระดับชั้นในสวรรค์) และความประเสริฐเหนือผู้อื่น และจงให้เขาฟื้นคืนชีพในสถานที่ที่มีเกียรติ ที่พระองค์ทรงได้สัญญาไว้" เขาผู้นั้นจะได้รับการช่วยเหลือ(ชะฟาอะฮ์)จากฉันในวันโลกหน้า”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่า ผู้ใดก็ตามที่กล่าวเมื่อเขาได้ยินคนอะซานทำการอะซานเสร็จแล้ว ว่า: (โอ้ อัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าของการเชิญชวนครั้งนี้) ซึ่งหมายถึงคำต่างๆ ในอะซานที่ใช้เรียกร้องให้เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์และการละหมาด (การเชิญชวนที่สมบูรณ์) หมายถึงการเชิญชวนที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ อันเป็นการเชิญสู่เตาฮีด (เอกภาพในพระเจ้า) และการส่งสาร (และการละหมาดที่ดำรงอยู่) หมายถึงการละหมาดที่จะมีการปฏิบัติ (ประทาน)" และ "มอบ" (แก่ท่านมุฮัมมัด) ด้วยตำแหน่งสูงส่งในสรวงสวรรค์ซึ่งเป็นสิทธิ์พิเศษที่ไม่มีใครควรได้รับนอกจากท่านเพียงผู้เดียว (และความประเสริฐ) ซึ่งหมายถึงตำแหน่งอันสูงส่งที่เหนือกว่าตำแหน่งของสิ่งถูกสร้างทั้งหมด (และขอโปรดแต่งตั้งเขา) และมอบให้แก่เขา (ในตำแหน่งที่ได้รับการสรรเสริญ) ซึ่งทุกคนจะสรรเสริญผู้ที่ได้ครองตำแหน่งนั้น โดยตำแหน่งนั้นคือการช่วยเหลือสูงสุดในวันกิยามะฮ์ (ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้) ตามพระดำรัสที่ว่า “เป็นไปได้ว่าพระเจ้าของท่านจะประทานตำแหน่งที่ได้รับการสรรเสริญให้แก่ท่าน” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เป็นของท่านโดยเฉพาะ ผู้ใดที่กล่าวคำวิงวอนนี้ มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในวันฟื้นคืนชีพ
จากอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “อย่าสาปแช่งสหายของฉัน เพราะแม้ว่าคนใดในพวกท่านจะบริจาคทองคำที่มีปริมาณเท่ากับภูเขาอุฮุด ก็ยังไม่อาจเทียบเท่าการบริจาคของพวกเขาแม้แต่หนึ่งมุด (หน่วยวัด) หรือครึ่งหนึ่งของมันได้”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามสาปแช่งสหาย (บรรดาเศาะฮาบะฮ์) โดยเฉพาะชนรุ่นแรกจากชาวมุฮาญิรีนและอันศอร โดยท่านได้บอกว่า หากมีผู้ใดในภายหลังบริจาคทองคำเท่ากับภูเขาอุฮุด ก็ยังไม่อาจเทียบกับผลบุญจากการบริจาคอาหารหนึ่งมุด (ประมาณขนาดมือของชายทั่วไป) หรือครึ่งหนึ่งของมันโดยบรรดาเซาะฮาบะฮ์ สิ่งนี้เป็นเพราะความบริสุทธิ์ใจ ความจริงใจในเจตนาของพวกเขา และความเสียสละในการบริจาคและการต่อสู้ในช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก ก่อนการพิชิตมักกะฮ์
จากญาบีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ชายผู้เข้าร่วมในสงครามบะดัรและอัลฮุดัยบิยะฮ์ จะไม่เข้านรกอย่างแน่นอน”
บันทึกโดย อะห์มัด และต้นสายของมันอยู่ในหนังสือเศาะฮีห์ของมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แจ้งว่าสำหรับผู้ร่วมยุทธการบะดัรซึ่งเกิดขึ้นในปีที่ 2 ของฮิจเราะห์ซึ่งร่วมต่อสู้กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมจะไม่เข้านรก และผู้ที่เข้าร่วมสนธิสัญญาฮุดัยบิยะห์ก็เช่นกัน ซึ่งเป็นการปฏิญญาริฎวานที่ได้เกิดขึ้นในปีฮิจเราะห์ที่ 6