Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อยู่ระหว่างการเดินทาง และท่านได้อาบน้ำละหมาด เมื่อถึงตอนจะล้างเท้า ท่านอัลมุฆีเราะฮ์ บิน ชุอบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ยื่นมือเพื่อถอดรองเท้าคุฟของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ออกเพื่อต้องการล้างเท้าทั้งสองของท่าน! ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: จงปล่อยมัน ไม่ต้องถอด เพราะฉันได้ใส่เท้าทั้งสองของฉันในรองเท้านี้ ในขณะที่ฉันสะอาด(มีน้ำละหมาด) จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทำการเช็ดบนรองเท้าคุฟทั้งสองนั้นแทนการล้างเท้า
ฟาฏิมะฮ์ บินติ ฮุบัยช์ ได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งนางกล่าวว่า: แท้จริงเลือดไม่หยุดและมันจะออกมาแม้ในเวลาที่ไม่ใช่เวลาประจำเดือน สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นฮุกุมประจำเดือนหรือไม่ ฉันควรหยุดละหมาดหรือไม่? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่นางว่า: มันเป็นเลือดอิสติฮาเฎาะฮ์ มันคือเลือดเสียที่เกิดจากหยุดของเหงื่อในมดลูก และมันไม่ใช่เลือดประจำเดือน หากถึงเวลาที่ประจำเดือนมาในช่วงที่เจ้ามีประจำเดือนตามปกตินั้นก่อนที่จะมีเลือดอิสติฮาเฎาะฮ์ ก็ให้ละทิ้งการละหมาด และการถือศีลอด และสิ่งอื่น ๆ ที่ผู้หญิงมีประจำเดือนถูกห้ามไม่ให้ทำในเวลามีประจำเดือน เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลานั้นแล้ว ถือว่าเจ้าได้บริสุทธิ์จากประจำเดือนแล้ว จากนั้นก็จงล้างบริเวณที่มีเลือดนั้น แล้วก็ล้างตัวด้วยการอาบน้ำให้ทั่วทั้งตัวเพื่อเป็นการยกฮาดัษ และหลังจากนั้นก็จงทำการละหมาด
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สั่งให้บรรดาผู้ละหมาดจัดแถวให้ตรง และไม่ให้บางคนเคลื่อนไปข้างหน้าหรือถอยไปข้างหลัง และการจัดแถวให้ตรงเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์และความเรียบร้อยของการละหมาด และความคดเคี้ยวของแถวทำให้การละหมาดไม่สมบูรณ์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายกฎบางประการที่เกี่ยวกับการอาบน้ำละหมาด คือ: หนึ่ง: ใครก็ตามที่อาบน้ำละหมาด จำเป็นสำหรับเขาทำการสูดน้ำเข้าจมูด จากนั้นให้สั่งออกมา สอง: ใครก็ตามที่ต้องการทำความสะอาดสิ่งที่ถ่ายออกมาแล้วชำระมันด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่น้ำ เช่น หินหรือสิ่งอื่นๆ ก็ให้ทำความสะอาดด้วยจำนวนคี่ ขั้นต่ำสุดคือสาม และสูงสุดคือ ปริมาณที่สามารถขจัดสิ่งที่ออกมาได้และสามารถทำให้บริเวณที่ออกนั้นสะอาดได้. สาม: ใครก็ตามที่ตื่นจากการนอนหลับกลางคืน เขาอย่าได้เอามือจุ่มลงในภาชนะเพื่ออาบน้ำละหมาดจนกว่าเขาจะล้างมือนอกภาชนะนั้น 3 ครั้งเสียก่อน เพราะไม่รู้ว่าคืนนั้นมือของเขาไปอยู่ที่ไหน จึงไม่ปลอดภัยจากการปนเปื้อนด้วยสิ่งที่เป็นนะญิส และชัยฏอนอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันหรือนำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือสิ่งที่ทำให้น้ำเสียก็ได้
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่าโลกนี้มีความหอมหวานในรสชาติและมีสีเขียวที่สดชื่นในการมองเห็น ดังนั้นบุคคลจึงถูกหลอกโดยมัน และหมกมุ่นอยู่กับมัน และทำให้มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา และแท้จริงอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงทำให้พวกเราเป็นผู้ที่สืบทอดกันไปมาในโลกนี้ เพื่อพระองค์จะได้ดูว่าเราจะทำอย่างไร เราจะเชื่อฟังพระองค์ หรือเนรคุณต่อพระองค์? จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: จงระวังอย่าให้ความสุข ความสวยงามของดุนยานั้นหลอกลวงพวกเจ้า เพราะมันจะนำพวกเจ้าไปสู่การละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้ทำ และกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม. และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ต้องระวังจากฟิตนะฮ์ของดุนยาคือฟิตนะฮ์ผู้หญิง และมันคือฟิตนะฮ์แรกที่เกิดขึ้นกับวงษ์วานอิสรออีล
ท่านอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้อธิบายถึงการละหมาดสุนนะฮ์ต่างๆ ที่ท่านได้จำมาจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งมีทั้งหมดสิบร็อกอะฮ์และเรียกการละหมาดนี้ว่าสุนนะฮ์เราะวาติบ สองร็อกอะฮ์ก่อนละหมาดซุฮร์ และสองร็อกอะฮ์หลังจากนั้น สองร็อกอะฮ์หลังมัฆริบซึ่งท่านจะทำในบ้านของท่าน และสองร็อกอะฮ์หลังละหมาดอีชาอ์ซึ่งท่านจะทำในบ้านของท่าน และก่อนละหมาดศุบฮ์สองร็อกอะฮ์ ครบสิบร็อกอะฮ์ ส่วนการละหมาดวันศุกร์นั้น ท่านจะละหมาดหลังจากนั้นสองร็อกอะฮ์
ท่านนบีมูฮัมหมัดﷺมักจะแปรงฟันบ่อยครั้งและท่านยังสั่งให้คนอื่นทำเช่นนั้นด้วย เป็นบัญญัติที่ถูกเน้นให้ปฏิบัตืในบางช่วงเวลา เช่น การแปรงฟันเมื่อตื่นขึ้นจากการนอนกลางคืน ซึ่งท่านนบี ﷺ จะถูและทำความสะอาดช่องปากของท่านด้วยไม้ก้านแปรง (สวาก) เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ตื่นขึ้นในเวลากลางคืนท่านจะชำระล้างปากด้วยสิวาก
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามไม่ให้สามีเกลียดภรรยาของตนมากจนนำไปสู่การอธรรมต่อนาง ทิ้งนาง และเมินเฉยต่อนาง มนุษย์เกิดมาไม่สมบูรณ์ และถ้าเขาเกลียดพฤติกรรมที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง แน่นอนเขาจะพบพฤติกรรมที่ดีในตัวของนาง ดังนั้น เขาก็จะพอใจในสิ่งที่ดีที่เห็นด้วยกับเขา และอดทนต่อพฤติกรรมที่ไม่ดีที่เขาไม่พอใจ ซึ่งทำให้เขาอดทนและไม่เกลียดชังนางมากจนนำไปสู่การแยกทางจากนางไป
ท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามทุกคนที่ต้องการถ่ายเบาหรือถ่ายหนัก โดยหันหน้าไปทางกิบละฮ์ คือทิศทางของกะอ์บะฮ์ และอย่าหันหลังให้กับกิบละฮ์ แต่ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกหากกิบละฮ์ของเขาเป็นทิศทางเดียวกันกับชาวมะดีนะฮ์ จากนั้น อบูอัยยับ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่าเมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินซีเรียพวกเขาพบว่าห้องน้ำสำหรับถ่ายทุกข์นั้นถูกสร้างขึ้นโดยหันหน้าไปทางกะอ์บะฮ์ ดังนั้นพวกเขาจึงหันร่างกายของพวกเขาออกไปจากทิศทางของกิบละฮ์ พร้อมกับขอการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ ตะอาลา