





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากอบูเกาะตาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจงอย่าสัมผัสอวัยวะเพศของตัวเองด้วยมือขวาขณะปัสสาวะ และอย่าทำความสะอาดอุจจาระด้วยมือขวา และอย่าหายใจเข้าไปในภาชนะ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายมารยาทบางประการ: ห้ามมิให้ผู้ชายสัมผัสอวัยวะเพศของตนขณะปัสสาวะด้วยมือขวา และขจัดสิ่งสกปรกออกจากอวัยวะเพศหรือทวารหนักด้วยมือขวา เพราะมือขวานั้นมีไว้เพื่อใช้กับสิ่งที่ดี และเช่นเดียวกัน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ยังห้ามไม่ให้บุคคลหายใจเข้าไปในภาชนะที่เขาดื่ม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าไม่เกรงกลัว หรือ:ไม่มีใครในหมู่พวกเจ้ากลัวหรือ? เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก่อนอิหม่าม อัลลอฮ์จะทรงทำให้หัวของเขาเป็นหัวลา หรือให้รูปร่างของเขาเป็นรูปร่างของลา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อธิบายถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่เงยหน้าขึ้นก่อนอิหม่ามของเขา คือด้วยการที่อัลลอฮ์จะทรงทำให้หัวของเขาเป็นหัวลา หรือทำให้รูปร่างของเขาเป็นรูปร่างของลา
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านจะยกมือทั้งสองของท่านเสมอบ่าเมื่อท่านเริ่มทำการละหมาด และตอนกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) เมื่อท่านต้องการรุกัวอ์ และท่าน(จะยกมือเหมือนตอนตักบีร) เช่นกันเมื่อท่านเงยขึ้นจากรุกัวอ์ และท่านจะกล่าว "ซะมิอัลลอฮุ ลิมันหะมิดะฮ์ ร็อบบะนา วะละกัลหัมดุ" และท่านจะไม่ทำเช่นนั้น(ไม่ยกมือ)เวลาสุญูด.
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะยกมือขึ้นสามเวลาระหว่างการละหมาด ด้วยการยกมือเสมอบ่า ซึ่งมันก็คือ จุดรวมระหว่างกระดูกไหล่และกระดูกต้นแขน จุดที่หนึ่งคือ เมื่อเริ่มทำการละหมาดขณะกล่าวตักบีเราะตุลอิห์รอม จุดที่สองคือ เมื่อกล่าวตักบีรเพื่อทำการรุกัวอ์ จุดที่สามคือ เมื่อเงยขึ้นจากรุกัวอ์ และกล่าวว่า "ซะมิอัลลอฮุ ลิมันหะมิดะฮ์ ร็อบบะนา วะละกัลหัมด์" และท่านจะไม่ยกมือเวลาสุญูด และเวลาลุกจากสุญูด
จากอิบนุมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนฉันเกี่ยวกับการตะชะฮ์ฮุด ในขณะที่มือทั้งสองของฉันอยู่ในมือทั้งสองของท่าน เหมือนดังท่านได้สอนซูเราะฮ์อัลกุรอาน: التَّحِيَّاتُ لِلَّهِ، وَالصَّلَوَاتُ وَالطَّيِّبَاتُ، السَّلاَمُ عَلَيْكَ أَيُّهَا النَّبِيُّ وَرَحْمَةُ اللَّهِ وَبَرَكَاتُهُ، السَّلاَمُ عَلَيْنَا وَعَلَى عِبَادِ اللَّهِ الصَّالِحِينَ، أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ، وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُه1 และในบางประโยคท่านนบี กล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงสันติ ดังนั้นเมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าได้นั่งในละหมาด ดังนั้นก็จงกล่าวว่า:"التَّحِيَّاتُ لِلَّهِ وَالصَّلَوَاتُ وَالطَّيِّبَاتُ السَّلَامُ عَلَيْكَ أَيُّهَا النَّبِيُّ وَرَحْمَةُ اللهِ وَبَرَكَاتُهُ، السَّلَامُ عَلَيْنَا وَعَلَى عِبَادِ اللهِ الصَّالِحِينَ، เมื่อเขาได้กล่าวประโยคนั้นแล้วแน่นอนก็จะถึงบรรดาบ่าวของอัลลอฮ์ที่ศอลิห์ทุกคนทั้งที่อยู่ในฟากฟ้าและในแผ่นดิน จากนั้นก็กล่าว أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ، وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ หลังจากนั้นก็ให้เขาเลือก(ดุอาอ์)สิ่งที่เขาต้องการ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนท่านอิบนุมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เรื่องการกล่าวตะชะฮุดในละหมาด ซึ่งท่านได้จับมือของอิบนุมัสอูดทั้งสองข้างไว้ในมือของท่าน เพื่อดึงความสนใจของอิบนุมัสอูดมายังท่าน ดังที่ท่านสอนซูเราะฮ์จากอัลกุรอาน ซึ่งบ่งชี้ว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ให้ความสำคัญกับบทตะชะฮุดนี้ทั้งในด้านตัวบทและความหมาย ท่านกล่าวว่า: (อัตตะฮี้ยาตุลิลลาฮ์) :บรรดาชนิดแห่งการเทิดทูนเป็นสิทธิของพระองค์ "คือทุกคำพูดหรือทุกการกระทำที่แสดงถึงการให้ความเคารพเทิดทูน ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นสิทธิของพระองค์" (อัศเศาะลาวาต) :การสดุดีต่างๆ คือการละหมาดต่างๆ ที่เป็นฟัรฎ(ภาคบังคับ)และสุนนะฮ์(ภาคส่งเสริมให้ทำ)ทั้งหมดนั้นเพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลา (อัฏฏ็อยยิบาต): บรรดาการงานที่ดี คือ การพูด การกระทำ และคุณลักษณะที่ดีต่างๆ ที่แสดงถึงความสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดนั้นคู่ควรสำหรับอัลลอฮ์ ตะอาลา ทั้งสิ้น (อัสสะลามุอะลัยกะอัยยุฮัลนบี วะเราะห์มะตุลลอฮิ วะบารอกาตุฮุ) เป็นการขอวิงวอนให้แก่ท่าน เพื่อให้ท่านปลอดภัยจากทุกสิ่งที่อันตราย และน่ารังเกียจ และขอให้ได้รับความดีงามที่มากมาย (อัสสะลามุ อะลัยนา วะอะลา อิบาดิลลาฮิศ ศอลิฮีน) เป็นการขอวิงวอนให้แก่ผู้ที่ละหมาดและบรรดาบ่าวของอัลลอฮ์ที่ศอลิห์ทุกคน ทั้งที่มีอยู่ในฟากฟ้าและแผ่นดิน เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยจากทุกสิ่งที่อันตรายและน่ารังเกียจ (อัชฮะดุ อัลลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮุ) คือฉันขอปฏิญาณตนอย่างแน่วแน่ว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮ์ (วะอันนะ มุฮัมมะดัน อับดุฮู วะเราะซูลุฮู) คือฉันขอปฏิญาณตน ถึงความเป็นบ่าวและความเป็นเราะซูลท่านสุดท้ายของท่าน จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งเสริมให้ผู้ละหมาดทำการขอวิงวอนขอตามที่ตัวเองต้องการ
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มักจะกล่าว "اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ القَبْرِ، وَمِنْ عَذَابِ النَّارِ، وَمِنْ فِتْنَةِ المَحْيَا وَالمَمَاتِ، وَمِنْ فِتْنَةِ المَسِيحِ الدَّجَّالِ" ในบางรายงานที่บันทึกโดยมุสลิม ท่านกล่าวว่า :"เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านได้เสร็จสิ้นจากการกล่าว ตะชะฮุดในร็อกอะฮ์สุดท้าย ก็จงขอความคุ้มครองให้ห่างไกลจากสี่ประการ จากนรกญะฮันนัม จากการลงโทษในหลุมศพ จากฟิตนะฮ์ของการมีชีวิตและความตาย และจากฟิตนะฮ์ของดัจญาล"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มักจะขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้ห่างไกลจากสี่ประการ หลังจากกล่าวตะชะฮุดครั้งสุดท้ายเสร็จ ก่อนการให้สลาม และท่านได้ใช้ให้พวกเราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้ห่างไกลจากสี่ประการนั้นด้วย หนึ่ง: จากการลงโทษในหลุมฝังศพ สอง: จากการลงโทษในนรกในวันกิยามะฮ์ สาม: ฟิตนะฮ์แห่งการมีชีวิต จากความอยากต่างๆ ในทางดุนยาที่เป็นสิ่งต้องห้าม และทุกสิ่งที่เป็นความคลุมเครือที่ทำให้หลงทาง และจากฟิตนะฮ์แห่งความตาย คือขณะใกล้ตาย คือให้ได้รับความคุ้มครองจากการหันเหออกจากศาสนาอิสลามหรือการปฏิบัติตามซุนนะฮ์ หรือฟิตนะฮ์ในหลุมฝังศพ เช่นการถามของมลาอิกะฮ์ทั้งสอง สี่: ฟิตนะฮ์ของดัจญาล คือผู้ที่จะออกมาในช่วงสุดท้ายของโลก ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์จะทดสอบบรรดาบ่าวของพระองค์ และการกล่าวเจาะจงถึงฟิตนะฮ์ดัจญาลเป็นการเฉพาะนั้น เพราะความน่าสะพรึงกลัวของฟิตนะฮ์ของมัน และการหลอกให้หลงของมัน
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: "ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งหลังจากตักบีรในเวลาละหมาด ก่อนที่จะอ่าน (อัล-ฟาติฮะห์) จากนั้นฉันก็ถามว่า "โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ด้วยบิดาและมารดาของฉันเป็นค่าไถ่สำหรับท่าน ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการนิ่งเงียบของท่านระหว่างการตักบีรและการอ่าน (อัลฟาติหะฮ์) ท่านกำลังอ่านอะไรหรือเปล่า?" ท่านตอบว่า "ฉันกล่าวว่า" «اللهُمَّ بَاعِدْ بَيْنِي وَبَيْنَ خَطَايَايَ كَمَا بَاعَدْتَ بَيْنَ الْمَشْرِقِ وَالْمَغْرِبِ، اللهُمَّ نَقِّنِي مِنْ خَطَايَايَ كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الْأَبْيَضُ مِنَ الدَّنَسِ، اللهُمَّ اغْسِلْنِي مِنْ خَطَايَايَ بِالثَّلْجِ وَالْمَاءِ وَالْبَرَدِ» ความว่า "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ระหว่างฉันกับความผิดพลาดของฉันได้ห่างออกจากกัน ดังเช่นที่พระองค์ทรงทำให้ระยะห่างระหว่างตะวันออกกับตะวันตก โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระฉันให้พ้นจากความผิดของฉัน ดังเช่นผ้าขาวที่ถูกขจัดคราบสกปรกออกไป โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระล้างฉันจากความผิดของฉันด้วยน้ำ หิมะ และลูกเห็บ ด้วยเถิด"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมเมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำการตักบีร “อัลลอฮุอักบัร” เพื่อเริ่มทำการละหมาด ท่านจะนิ่งเงียบสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะอ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ ซึ่งท่านจะเริ่มการละหมาดของท่านด้วยการกล่าวบทดุอาอ์ (วิงวอน) บางบท และบทหนึ่งจากบทดุอาอ์ คือ บทที่ท่านกล่าว: ความว่า "โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ระหว่างฉันกับความผิดพลาดของฉันได้ห่างออกจากกัน ดังเช่นที่พระองค์ทรงทำให้ระยะห่างระหว่างตะวันออกกับตะวันตก โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระฉันจากความผิดของฉัน ดังเช่นผ้าขาวที่ถูกขจัดคราบสกปรกออกไป โอ้ อัลลอฮ์ โปรดทรงชำระล้างฉันจากความผิดของฉันด้วยน้ำ หิมะ และลูกเห็บ ด้วยเถิด" ท่านขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ ทำให้ท่านได้ห่างไกลจากความผิดต่างๆ เพื่อจะได้ไม่กระทำสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นการห่างไกลที่ไม่สามารถพบกันเลย เหมือนที่ไม่มีการพบกันระหว่างตะวันออกและตะวันตก และหากมีการกระทำความผิดนั้นขึ้นมาก็ขอให้พระองค์โปรดชำระท่านให้บริสุทธิ์จากความผิดเหล่านั้น เหมือนคราบสกปรกที่ขจัดออกจากผ้าขาว และชำระล้างความผิดของท่าน และทำให้เปลวไฟและความร้อนของความผิดเหล่านั้นเย็นลงด้วยสิ่งขจัดความผิดต่างๆ ด้วย น้ำ หิมะ และลูกเห็บ
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ถ้าสุนัขตัวหนึ่งดื่มจากชามใบหนึ่งของเจ้า ก็ให้เขาล้างมันเจ็ดครั้ง” ตามรายงานของมุสลิม: “ครั้งแรกคือดิน”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้มีการสั่งใช้ให้ทำความสะอาดภาชนะที่สุนัขใช้ลิ้นเลีย โดยต้องล้างภาชนะนั้นเจ็ดครั้ง โดยครั้งแรกจะต้องใช้ดินถูร่วมกับน้ำ เพื่อให้น้ำที่ตามมาในครั้งต่อ ๆ ไปสามารถชำระล้างความสกปรกและสิ่งที่เป็นอันตรายจากน้ำลายของสุนัขได้อย่างสมบูรณ์
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อท่านจะเข้าห้องน้ำ ท่านจะกล่าวว่า:"«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الخُبُثِ وَالخَبَائِثِ».(โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอการปกป้องต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของชัยฏอนเพศชายและเพศหญิง)
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมเมื่อใดก็ตามที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ต้องการเข้าไปในสถานที่ที่ท่านต้องการถ่ายทุกข์ไม่ว่าจะปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระ ท่านก็จะขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์และขอความคุ้มครองต่อพระองค์เพื่อให้ปกป้องท่านจากความชั่วร้ายของชัยฏอน ทั้งชัยฏอนเพศชายและเพศหญิง และคำว่า (อัลคุบุษ และ อัลเคาะบาอิษ) มีการให้ความหมายว่า ความชั่ว และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เป็นนาญิส.
จากซะห์ลุ บิน ฮุนัยฟ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ที่ขออัลลอฮ์ให้ได้รับความตายเป็นชะฮีดด้วยความสัตย์จริง อัลลอฮ์จะให้เขาเข้าถึงตำแหน่งของชะฮีด แม้เขาจะตายบนเตียงของเขาเอง”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า ผู้ที่ขอความตายเป็นชะฮีดและการเสียชีวิตในเส้นทางของอัลลอฮ์ โดยมีเจตนาที่จริงใจและบริสุทธิ์เพื่ออัลลอฮ์ พระองค์ก็จะประทานสถานะของชะฮีดด้วยเจตนาที่จริงใจ แม้เขาจะเสียชีวิตบนเตียงโดยไม่เคยเข้าร่วมการต่อสู้