





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากญะรีร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ให้สัตยาบันแก่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการยึดมั่นคำกล่าวชะฮาดะฮ์ (คำปฏิญาณตน) ว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรได้รับการเคารพอิบาดะฮ์ นอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์ การดำรงไว้ซึ่งการละหมาด การจ่ายซะกาต การเชื่องฟังและการน้อมรับ และการให้คำตักเตือนแก่มุสลิมทุกคน
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมเศาะหาบะฮ์ท่านหนึ่งที่ชื่อญะรีร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า เขาได้ให้คำมั่นสัญญาแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการยึดมั่นหลักการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ การดำรงไว้ซึ่งการละหมาดห้าเวลาในแต่ละวันอย่างครบเงื่อนไข องค์ประกอบ สิ่งที่เป็นวาญิบ และสิ่งที่เป็นสุนนะฮ์ การจ่ายซะกาตที่เป็นภาคบังคับ ซึ่งมันเป็นอิบาดะฮ์ประเภทเงินที่ต้องจ่ายออกไป โดยเก็บจากผู้ที่มีฐานะร่ำรวยและแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์รับ เช่น คนจนและบุคคลอื่นอีก(เจ็ดประเภท) การเชื่อฟังผู้นำ และการให้คำตักเตือนแก่มุสลิมทุกคน โดยพยายามให้เขาได้รับประโยชน์ ส่งต่อความดีให้แก่เขา และปกป้องสิ่งชั่วร้ายออกจากเขาทั้งคำพูดและการกระทำ
จาก มูอาซ บิน ญะบัล เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ: แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้จับมือเขาแล้วกล่าวว่า “โอ้ มูอาซ ขอสาบานต่อพระเจ้า แท้จริงฉันรักเจ้า” จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “โอ้ มูอาซ ฉันขอแนะนำว่าท่านอย่าได้พลาดที่จะอ่านดุอาอ์บทนี้ทุกครั้งหลังละหมาด” ให้ท่านอ่านว่า "อัลลอฮุมมะ อาอินนี อะล่า ซิกริกะ วะ ชุกรีกะ วะ ฮุสนิ อิบาดะติกะ" ความว่า ” “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์ระลึกถึงพระองค์ ขอบพระคุณในความโปรดปรานของพระองค์ และเป็นผู้นมัสการพระองค์ด้วยดีเถิด”
บันทึกโดย อบูดาวูด อันนะซาอีย์ และอะห์มัดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จับมือของมูอาซ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แล้วกล่าวแก่เขาว่า ข้าขอสาบานต่อพระเจ้าว่า ฉันรักเจ้า และฉันขอแนะนำเจ้า โอ้ มูอาซ อย่าละเว้นที่จะกล่าว บทดุอาอ์นี้ทุกครั้งหลังจากการละหมาดเสร็จ : (ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ระลึกถึงพระองค์) ในทุกคำพูดและการกระทำที่นำข้าพระองค์เข้าใกล้การเชื่อฟังมากขึ้น (และขอบคุณพระองค์) โดยการได้รับความดีงามและรอดพ้นจากความชั่วร้าย (และการนมัสการพระองค์ด้วยดี) ด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อพระเจ้าและปฏิบัติตามท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อัลลอฮ์ตรัสว่า: ทุก ๆ การงานของลูกหลานอาดัมนั้นเป็นของเขา ยกเว้นการถือศีลอด เพราะว่ามันสำหรับฉันและฉันจะตอบแทนมันเอง และการถือศีลอดก็เป็นเกราะป้องกัน เเละเมื่อวันของการถือศีลอดของคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้า เขาจงอย่าพูดจาหยาบคาย อย่าโวยวายเเละทะเลาะเบาะเเว้ง เเละหากมีผู้ใดมาด่าทอเขาหรือต่อสู้กับเขา (ทำร้ายเขา) ให้เขากล่าวไปว่า แท้จริงฉันเป็นผู้ถือศีลอด ขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของมุฮัมหมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริงกลิ่นปากของผู้ถือศีลอด ณ ที่อัลลอฮ์นั้น มีกลิ่นหอมยิ่งกว่าชะมดเชียงเสียอีก สำหรับผู้ถือศีลอดมีความดีใจสองครั้งด้วยกัน เมื่อเขาละศีลอด เเละเมื่อเขาได้พบกับพระผู้อภิบาลของเขา เขาก็ดีใจด้วยการถือศีลอดของเขา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าพระเจ้าผู้ทรงอำนาจตรัสไว้ในหะดีษอัลกุดซีย์ ว่า: ความดีทุกประการของลูกหลานอาดัมจะทวีขึ้นสิบเท่าเป็นเจ็ดร้อยเท่า ยกเว้นการถือศีลอด เพราะมันเป็นของข้า โดยที่มันจะไม่เกิดขึ้นกับผู้หน้าซื่อใจคด และข้าจะเป็นผุู้ตอบแทน และข้าผู้เดียวที่รู้จำนวนรางวัลของมันและการทวีคูณความดีของมัน แล้วท่านก็กล่าวว่า (และการถือศีลอดนั้นเป็นเกราะป้องกัน) ปกป้อง เครื่องกำบัง และป้อมปราการอันแข็งแกร่งจากนรก เพราะเป็นการละเว้นจากกิเลสและการทำบาป ในขณะที่ไฟนรกนั้นห้อมล้อมด้วยความใคร่ของอารมณ์ใฝ่ต่ำ (ดังนั้น หากเป็นวันที่พวกเจ้าถือศีลอด เขาจะต้องไม่กระทำการลามกอนาจาร) ด้วยการร่วมประเวณี หรือการเล้าโลม และไม่กระทำด้วยวาจาหยาบคายแต่อย่างใด (และอย่าโวยวาย) ด้วยการทะเลาะวิวาทและตะโกน (หากมีใครดูหมิ่นหรือทะเลาะวิวาทเขา) ในช่วงเราะมะฎอน ให้เขากล่าวว่า ฉันเป็นคนถือศีลอด เพื่ออาจทำให้เขาหยุดลง แต่ถ้าหากเขายังคงดื้อดึงที่จะต่อสู้จริงๆ ก็ให้ตอบโต้ด้วยการป้องกันตัว โดยใช้ความรุนแรงที่น้อยที่สุดเช่นเดียวกับผู้ที่ถูกโจมตี ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สาบานต่อผู้ที่ชีวิตของท่านอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า กลิ่นปากของผู้ถือศีลอดที่เปลี่ยนไปเนื่องจากการถือศีลอด จะเป็นที่พอใจต่อพระเจ้าในวันฟื้นคืนชีพมากกว่ากลิ่นหอมของชะมดที่เจ้ามี และมีคุณค่ามากกว่าชะมด ซึ่งเป็นสิ่งที่แนะนำแก่เขาในการรวมตัวและการรวมกันถึงการรำลึกถึงพระเจ้า ผู้ถือศีลอดมี 2 ความสุข คือ เมื่อเขาละศีลอด เขามีความสุขกับความหิวและความกระหายที่หายไป ซึ่งเขาได้รับอนุญาตให้ละศีลอดได้ และเขามีความสุขเมื่อเสร็จสิ้นการถือศีลอดและสิ้นสุดการนมัสการของเขา และ บรรเทาทุกข์จากพระเจ้าของเขา และช่วยเหลือในอนาคตของการถือศีลอดของเขา (และเมื่อเขาพบพระเจ้าของเขา เขาก็ดีใจกับการถือศีลอดของเขา) ด้วยรางวัลและผลตอบแทนของเขา
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวว่า : คืนหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้หายไปจากที่นอน โดยที่ฉันก็พยายามหาเขา ทันใดนั้น มือของฉันก็ได้สัมผัสกับ ฝ่าเท้าของเขา ซึ่งทั้งสองข้างก็ตั้งตรงขณะที่เขาอยู่ในมัสยิด และท่านได้กล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองด้วยความโปรดปรานของพระองค์ท่าน จากความโกรธกริ้วของพระองค์ และด้วยการประทานอภัยโทษของพระองค์ ให้ฉันปลอดภัยจากการลงโทษของพระองค์ และฉันขอความคุ้มครองด้วยพระองค์ท่าน จากพระองค์ท่าน ฉันไม่อาจคำนวณนับการสดุดีต่อพระองค์ได้ ดังที่พระองค์ทรงสดุดีพระองค์เอง”
บันทึกโดย มุสลิมอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า ฉันกำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านได้หายไปในตอนกลางคืน ฉันจึงหาท่านด้วยการเอามือแตะบริเวณที่ท่านเคยละหมาดอยู่ในห้อง ปรากฏว่าท่านกำลังสุญูดโดยที่เท้าของท่านตั้งตรงอยู่สองข้าง โดยที่ท่านกล่าวว่า: (ฉันขอความคุ้มครอง) และฉันของความช่วยเหลือ(ด้วยความพอพระทัยของพระองค์ จากความกริ้วของพระองค์) ต่อฉันหรือประชาชาติของฉัน (และ) ฉันขอความคุ้มครอง (ด้วยการให้อภัยของพระองค์) และการอภัยโทษอย่างล้นเหลือจากพระองค์ (จากการลงโทษของพระองค์) (และฉันขอความคุ้มครองด้วยพระองค์จากพระองค์) และโดยคุณลักษณะแห่งความงดงามของพระองค์ให้พ้นจากคุณลักษณะของความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพราะไม่มีผู้ใดที่จะให้พ้นจากพระองค์ได้ นอกจากพระองค์เอง ไม่มีที่พึ่งหรือที่ลี้ภัยใดจากพระองค์ นอกจากกลับไปหาพระองค์เท่านั้น (ฉันไม่สามารถนับคำสรรเสริญของพระเจ้า) ฉันไม่สามารถนับจำนวนได้ เนื่องจากฉันไม่สามารถนับพระคุณและความเมตตากรุณาของพระองค์ตามที่พระองค์สมควรได้รับ แม้ว่าฉันจะพยายามทำเช่นนั้นก็ตาม (ดังที่พระองค์ทรงสดุดีพระองค์เอง) ดังนั้น พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ยกย่องตัวเองด้วยการสรรเสริญที่เหมาะกับพระองค์ แล้วใครเล่าจะให้การยกย่องพระองค์ได้ตามที่พระองค์ควรจะได้รับ!
จากชุร็อยห์ บิน ฮานิอ์ กล่าวว่า: ฉันถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ โดยฉันถามว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เริ่มปฏิบัติสิ่งใดเมื่อท่านเข้าไปในบ้านของท่าน? เธอกล่าวว่า: ด้วยการสิว๊าก
บันทึกโดย มุสลิมนี่เป็นหนึ่งในแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมคือการที่ท่านเริ่มใช้สิว๊าก เมื่อท่านเข้าไปในบ้านของท่านไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน
จากอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : มีการกล่าวถึงต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งมีชายผู้หนึ่งหลับทั้งคืนจนถึงเช้า ท่านจึงกล่าวว่า “นั่นคือชายผู้หนึ่งที่ซาตานปัสสาวะในหูทั้งสองของเขา หรือท่านพูดว่า: ในหูของเขา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมมีการกล่าวถึงต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งชายผู้หลับใหลจนถึงรุ่งเช้าและพระอาทิตย์ขึ้น โดยไม่ได้ลุกชึ้นละหมาดภาคบังคับ จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า :นั่นคือชายผู้หนึ่งที่ซาตานปัสสาวะในหูของเขา
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ชัยฏอนจะผูกปมที่ต้นคอคนหนึ่งคนใดเมื่อนอนหลับจำนวนสามปมด้วยกัน แต่ละปมจะมีการย้ำคำว่า เจ้ายังมีเวลาหลับอีกยาวนาน ฉะนั้นจงหลับต่อไป หากเขาตื่นในตอนนั้นแล้วระลึกถึงอัลลอฮ์จุดหนึ่งก็จะถูกคลายไป และหากเขาไปอาบน้ำละหมาดอีกจุดหนึ่งก็จะถูกคลายไป และเมื่อเขาไปละหมาดอีกจุดสุดท้ายก็จะถูกคลายไป ในที่สุดเขาก็จะมีความกระฉับกระเฉง รู้สึกสบายกาย มิฉะนั้นแล้วเขาจะรู้สึกไม่ดีและขี้เกียจ”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เล่าถึงสภาพของซาตานและความพยายามของมันกับคนที่ต้องการลุกขึ้นเพื่อนมัสการตอนกลางคืนหรือรุ่งเช้า เมื่อผู้ศรัทธาเข้านอน ซาตานจะผูกปมสามป่มที่ท้ายทอยของเขา ซึ่งหมายถึงช่วงล่างของศีรษะของเขาจำนวนสามปม หากผู้ศรัทธาตื่นขึ้นมาและระลึกถึงพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพและไม่ตอบสนองต่อเสียงกระซิบของซาตาน หนึ่งปมก็ได้รับการคลายไป ถ้าเขาอาบน้ำละหมาด อีกปมหนึ่งจะถูกคลายออกไป ถ้าเขายืนขึ้นนมัสการ ปมที่สามจะถูกคลายออกไป เขาจะมีความกระตือรือร้นและมีจิตใจที่ดี เพราะเขาพอใจกับการเชื่อฟังที่พระเจ้าประทานแก่เขา และมีความหวังกับสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสัญญาไว้เกี่ยวกับรางวัลและการให้อภัย พร้อมกับเงื่อนปมของชัยฏอนที่ถูกขจัดออกไป หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาจะตื่นขึ้นมาในสภาพที่มีจิตใจเศร้าหมองและหดหู่ ขี้เกียจในการทำความดี เพราะเขาถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนของชัยฏอน และถูกห่างไกลจากความเมตตาของพระผู้ทรงกรุณาปรานี
จากมะอ์ดาน บิน อบีฏอลหะฮ์ อัลยะอ์มะรีย์ กล่าวว่า: ฉันได้พบกับท่านเษาบาน คนรับใช้ของเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วฉันก็กล่าวว่า: โปรดบอกฉันเกี่ยวกับการงานใดสักอย่างหนึ่งที่ฉันทำแล้ว อัลลอฮ์จะทำให้ฉันเข้าสวรรค์? หรือเขากล่าวว่า: ฉันกล่าวว่า: การกระทำที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด จากนั้น เขาก็นิ่งเงียบ ฉันถามเขาต่อ แต่เขาก็นิ่งเงียบ จากนั้นฉันก็ถามเขาเป็นครั้งที่สาม และเขาก็กล่าวว่า ฉันถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับเรื่องนั้น และท่านเราะซูลุลลอฮ์กล่าวว่า: “เจ้าต้องสุญูดต่ออัลลอฮ์มากๆ เพราะแท้จริงเจ้าไม่สุญูดต่ออัลลอฮ์ครั้งใด นอกจากอัลลอฮ์จะทรงยกสถานะของเจ้าด้วยการสุญูดนั้นหนึ่งขั้น และทรงลบล้างบาปออกจากเจ้าด้วยเช่นกัน” มะอ์ดานกล่าวว่า: จากนั้นฉันก็ได้พบกับท่านอบูดัรดาอ์ และฉันได้ถามเขา แล้วเขากล่าวแก่ฉันเหมือนที่ท่านเษาบานได้กล่าวไว้
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นสาเหตุทำให้เข้าสวรรค์ หรือการกระทำที่อัลลอฮ์ทรงรักที่สุด? ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบแก่ผู้ถามว่า :จงยึดมั่นกับการสุญูดในละหมาดให้มากๆ เพราะแท้จริง เจ้าจะไม่สุญูดต่ออัลลอฮ์ครั้งใด นอกจากว่าพระองค์จะทรงยกสถานะของเจ้าเมื่อนั้น และทรงลบล้างบาปของเจ้าด้วยการสุญูดนั้น
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะจริงจังอย่างหนักในช่วงสิบคืนสุดท้ายในแบบที่เขาไม่เคยจริงจังอย่างหนักในครั้งอื่นใด
บันทึกโดย มุสลิมเมื่อถึงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะพยายามอย่างเต็มที่ในการประกอบอิบาดะฮ์และการภักดี โดยมุ่งมั่นในความดีหลากหลายรูปแบบและการอิบาดะฮ์ต่าง ๆ มากกว่าช่วงเวลาอื่น ทั้งนี้เนื่องจากความสำคัญและคุณค่าของค่ำคืนเหล่านั้น และเพื่อแสวงหาค่ำคืนลัยละตุลก็อดร์