Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่าใครก็ตามที่มีฝุ่นติดเท้าขณะดิ้นรนต่อสู้เพื่อศาสนาของพระผู้เป็นเจ้า ไฟนรกจะไม่แตะต้องเขา
อบูเกาะตาดะฮ์ อัลอันซอรี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ออกตามหาลูกหนี้ของเขาที่พยายามหลบหนีจากเขา จนในที่สุดเขาก็พบลูกหนี้คนนั้น ลูกหนี้จึงกล่าวว่า “ฉันลำบากยากจน ไม่มีทรัพย์สินใดที่จะใช้หนี้ของท่านได้ อบูเกาะตาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จึงขอให้ลูกหนี้สาบานต่ออัลลอฮ์ว่าเขาไม่มีทรัพย์สินจริงหรือ? เขาจึงปฏิญาณต่อพระเจ้าว่าเขาพูดความจริงตามที่เขาพูด อบู เกาะตาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ใครก็ตามที่พอใจและมีความสุขที่จะให้พระเจ้าจะทรงช่วยเขาให้พ้นจากความทุกข์ยาก และความน่าสะพรึงกลัวของวันฟื้นคืนชีพ ก็ให้เขาบรรเทาความทุกข์ยากของลูกหนี้โดยขยายและชะลอการเรียกร้องหนี้ หรือสละหนี้บางส่วนหรือทั้งหมด
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมส่งเสริมให้รักษาละหมาดอย่างขยันขันแข็งในสองเวลาที่อากาศเย็น ทั้งสองเวลานั้นคือ การละหมาดฟัจร์และการละหมาดอัสร์ และท่านได้แจ้งข่าวดีแก่ใครก็ตามที่ปฏิบัติทั้งสองเวลาอย่างสมบูรณ์ ด้วยการรักษาเวลา รักษาญะมาอะฮ์ และอื่นๆทั้งสองเวลานั้นเป็นสาเหตุนำเขาสู่สวนสวรรค์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ได้อธิบายว่า สิ่งที่การดื่มนม (จากแม่นมคนเดียวกัน) ทำให้เป็นสิ่งต้องห้าม (สำหรับการแต่งงาน) ก็เช่นเดียวกับสิ่งที่การคลอดและสายสัมพันธ์ทางสายเลือดทำให้เป็นสิ่งต้องห้าม เช่น ลุง น้า หรือพี่น้อง ... และการดื่มนมก็ทำให้มีสิทธิ์อนุญาตต่าง ๆ เช่นเดียวกับการคลอดเช่นกัน
อบูฮุรัยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านศาสดาผู้เป็นที่รักและสหายของเขา ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แนะนำเขา และมอบหมายให้เขาปฏิบัติสามประการ: ประการแรก: การถือศีลอดสามวันของทุกเดือน ประการที่สอง: ละหมาดสองร็อกอะห์ตอนสาย (ฎุฮา) ทุกวัน ประการที่สาม: ละหมาดวิตริก่อนนอน นี่สำหรับคนที่กลัวว่าจะไม่ตื่นตอนสุดท้ายของกลางคืน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม ได้อธิบายสัญญาณของการเริ่มต้นและสิ้นสุดของเดือนเราะมาฎอน โดยท่านกล่าวว่า: หากพวกเจ้าเห็นเสี้ยวของเดือนรอมฎอน ก็ถือศีลอด และหากมีเมฆมาขวางกั้นพวกเจ้ากับมัน ที่ทำให้พวกเจ้าไม่เห็นมัน ดังนั้นจงนับให้ครบสามสิบวันของเดือนชะอ์บาน และเมื่อพวกเจ้าเห็นจันทร์เสี้ยวเดือนเชาวาล ก็จงละศีลอด และหากมีเมฆกั้นระหว่างพวกเจ้ากับมัน ที่ทำให้พวกเจ้าไม่เห็นมัน ดังนั้นพวกเจ้าจึงนับให้ครบสามสิบวันของเดือนเราะมาฎอน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บัญชาให้ละทิ้งถ้อยคำและการกระทำซึ่งมีข้อสงสัยว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งต้องห้ามหรือไม่? เป็นสิ่งต้องห้ามหรืออนุญาต? ตราบเท่าที่ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งท่านแน่ใจว่าสิ่งเหล่านั้นดีและเป็นที่อนุญาต เพราะจิตใจสงบสุขกับสิ่งเหล่านั้นและสงบลง และสิ่งใดที่สงสัยก็ทำให้ใจวิตกกังวลและเป็นทุกข์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เล่าว่า หากมุสลิมร่วมละหมาดเป็นญะมาอะฮ์ การละหมาดของเขาจะมีผลบุญประเสริฐกว่าการละหมาดของเขาที่ตลาดและบ้านของเขาถึงยี่สิบกว่าเท่า จากนั้นท่านได้บอกสาเหตุดังกล่าว นั้นก็คือ เมื่อชายคนหนึ่งได้อาบน้ำละหมาด แล้วเขาก็อาบมันอย่างดี หลังจากนั้นเขาได้ออกไปยังมัสญิดโดยไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อทำการละหมาด เขาจะไม่ก้าวเท้าหนึ่งก้าวนอกจากเขาจะถูกยกระดับหนึ่งขั้น และจะถูกลบล้างความผิดหนึ่งความผิด และเมื่อเขาได้เข้าไปนั่งรอการละหมาดในมัสญิด เขาก็จะได้รับผลบุญของการละหมาดตราบใดที่เขายังรอการละหมาดนั้นอยู่ และบรรดามลาอิกะฮ์จะดุอาอ์ให้แก่เขาตราบใดที่ยังอยู่ ณ สถานที่ที่เขาละหมาด บรรดามลาอิกะฮ์จะกล่าวดุอาอ์ว่า " โอ้อัลลอฮ์โปรดอภัยโทษให้แก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดเมตตาแก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดตอบรับการกลับตัว (เตาบะฮ์) ของเขาด้วยเถิด" ตราบใดที่เขายังไม่เสียน้ำละหมาด หรือเขามิได้ก่อความเดือดร้อนแก่มนุษย์หรือมลาอิกะฮ์
ท่านนบี ﷺ ได้อธิบายว่า เลือดของมุสลิมนั้นเป็นที่ต้องห้ามไม่ให้หลั่ง เว้นแต่เขาจะกระทำการใดการหนึ่งในสามอย่างนี้ คือ: ประการแรก: ผู้ใดล่วงประเวณี โดยที่เขาได้แต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อนุญาตให้ประหารชีวิตเขาด้วยการขว้างหินได้ ประการที่สอง: ผู้ใดจงใจฆ่าคนบริสุทธิ์โดยไม่เป็นธรรม ผู้นั้นจะต้องถูกประหารชีวิตตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้โดยบทบัญญัติแห่งอิสลาม ประการที่สาม: ผู้ที่ออกจากประชาคมมุสลิม ไม่ว่าจะโดยการละทิ้งความเชื่อทางศาสนาอิสลามทั้งหมดผ่านการละทิ้งศาสนา หรือโดยการแยกตัวออกไปโดยไม่ละทิ้งศาสนา แต่ละทิ้งความเชื่อบางส่วน เช่น กบฏ โจรปล้นทางหลวง และผู้ที่ก่อสงครามจากกลุ่มเคาะวาริจและกลุ่มอื่นๆ