Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่าหากมีความสงสัยใดๆ ที่เกิดขึ้นในท้องของผู้ละหมาด และทำให้เกิดความสับสนว่ามีสิ่งใดออกมาจากท้องหรือเปล่า? ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องออกจากการละหมาดก่อนและทิ้งการละหมาดนั้นเพื่อทำการอาบน้ำละหมาดใหม่ จนกว่าเขาจะแน่ใจว่ามีสิ่งที่ทำให้น้ำละหมาดของเขานั้นเสียจริงๆ ด้วยการได้ยินเสียงลมหรือได้สัมผัสกลิ่น เพราะสิ่งที่มั่นใจมันจะไม่ถูกทำลายโดยสิ่งที่สงสัย และผู้ละหมาดได้มั่นใจว่ามีน้ำละหมาด และสิ่งที่ทำให้เสียน้ำละหมาดนั้นเป็นสิ่งที่สงสัย
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า แท้จริงแล้วถือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะ ที่มีสติสัมปชัญญะทุกคน ต้องอาบน้ำหนึ่งครั้งในทุกๆ เจ็ดวันของสัปดาห์ โดยให้ทำการล้างศีรษะและชำระร่างกาย เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์และความสะอาด และวันที่ดีที่สุดคือวันศุกร์ ตามที่เข้าใจจากหลักฐานบางรายงาน และการอาบน้ำในวันศุกร์ก่อนการละหมาดนั้น ถือเป็นสิ่งที่เป็นสุนนะฮ์ที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาได้อาบน้ำในวันพฤหัสบดีมาแล้วก็ตาม และฮุกุ่มที่ไม่ถือว่าเป็นวาญิบนั้น (คือซุนนะฮ์) เนื่องจากคำกล่าวของ ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ที่ว่า: “ผู้คนมีอาชีพเป็นของตัวเอง และเมื่อพวกเขาไปละหมาดวันศุกร์ พวกเขาก็จะไปในรูปลักษณ์ของพวกเขา แล้วมีคำกล่าวแก่พวกเขาว่า "ถ้าหากพวกท่านได้อาบน้ำ” บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และในบางรายงานของท่าน: “สำหรับพวกเขานั้นมีกลิ่น” หมายถึงกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอื่นๆ และพร้อมกันนั้น ก็มีคนกล่าวแก่พวกเขาว่า “ถ้าหากพวกท่านได้อาบน้ำ” ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่เศาะฮาบะฮ์ ก็ยิ่งกว่า.
ท่านก็อยส์ บิน อาศิม มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม เพื่อต้องการเขัารับอิสลาม ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม ใช้ให้เขาอาบน้ำด้วยน้ำและใบพุทรา เพราะใช้ใบของมันในการทำความสะอาด และมันก็มีกลิ่นที่หอม
ท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ต้องการปรับปรุงมัสยิดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นใหม่ เพื่อให้ดีกว่าก่อนหน้านั้น แต่ผู้คนไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นการทำให้เปลี่ยนไปจากที่สร้างไว้ในสมัยของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มัสยิดที่สร้างด้วยอิฐ และมีหลังคาที่ทำด้วยใบอินทผาลัม แต่ท่านอุษมาน ต้องการสร้างด้วยหินและปูนปลาสเตอร์ ดังนั้น ท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จึงบอกพวกเขาว่า เขาได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ใครก็ตามที่สร้างมัสยิดเพื่อแสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง โดยไม่โอ้อวดหรือไม่หวังในชื่อเสียง อัลลอฮ์จะตอบแทนเขาด้วยรางวัลที่ดีที่สุดจากชนิดงานที่เขาทำไว้ และรางวัลนี้ คือการสร้างของอัลลอฮ์ให้แก่เขาในสวรรค์เท่ากับที่เขาได้สร้างไว้"
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายถึงคุณค่าของการละหมาดในมัสยิดของท่าน โดยประเสริฐกว่าละหมาดในมัสยิดอื่นๆ บนหน้าแผ่นดินนี้ถึงหนึ่งพันครั้ง ยกเว้นมัสยิดอัลหะรอมในมักกะฮ์ ซึ่งดีกว่าการละหมาดในมัสยิดของท่าน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำชับใครก็ตามที่มามัสยิด และเข้าไป จะเป็นเวลาใดหรือด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม ให้ละหมาดสองร๊อกอะฮ์ก่อนที่จะนั่งลง และการละหมาดสองร๊อกอะฮ์นั้นเป็นการละหมาดตะหิยะตุลมัสยิด
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ชี้แนะประชาชาติของท่านเกี่ยวกับบทดุอาอ์ที่ควรกล่าวก่อนเข้ามัสยิด คือ""อัลลอฮุม มัฟตะห์ลี อับวาบะเราะห์มะติกะ" (ความว่า โอ้ อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงโปรดเปิดบรรดาประตูแห่งความเมตตาของพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด) ให้เขาขอต่ออัลลอฮ์ ตะอาลา ให้พระองค์ทรงประทานความง่ายดายเพื่อให้ได้มาซึ่งความเมตตาของพระองค์ และเมื่อต้องการที่จะออกก็ให้กล่าวว่า "อัลลอฮุมมะ อินนี อัสอะลุกะ มิน ฟัฎลิกะ" (ความว่า โอ้ อัลลอฮ์ ข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ ส่วนหนึ่งจากความโปรดปรานของพระองค์) โดยขอต่ออัลลอฮ์ซึ่งส่วนหนึ่งจากความโปรดปรานของพระองค์ และให้ได้รับการเพิ่มพูมจากริสกีที่หะลาล
ชายคนหนึ่งจากเศาะฮาบะฮ์ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ฉันหวังว่าฉันจะได้ละหมาดและได้พักผ่อน แต่เหมือนกับว่าผู้คนที่อยู่รอบข้างนั้นไม่พอใจเขาเกี่ยวกับคำกล่าวนั้น เขากล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: โอ้บิลาล! จงทำการประกาศเพื่อเรียกสู่การละหมาด และจงทำการละหมาด เพื่อเราจะได้พักผ่อนไปกับการละหมาดนั้น นี่เป็นเพราะในการละหมาดมีการติดต่อแบบใกล้ชิดกับอัลลอฮ์ ตะอาลา และเป็นการปลอบประโลมจิตวิญญาณและหัวใจ.
มีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่ง มาหาเศาะฮาบะฮ์คนหนึ่ง พวกเขาถามเขาเกี่ยวกับมิมบัรของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่าทำจากไม้ชนิดใด? ซึ่งพวกเขาต่างก็ได้โต้เถียงกัน และขัดแย้งกันเกี่ยวกับสิ่งนั้น ดังนั้นเขาจึงบอกแก่พวกเขาว่า ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ส่งเขาไปยังผู้หญิงคนหนึ่งเป็นชาวอันศอร ซึ่งนางมีทาสที่เป็นช่างไม้ เขากล่าวแก่นางว่า: "ท่านจงใช้ทาสของท่าน ทำมิมบัรให้ฉัน เพื่อให้ฉันสามารถนั่งได้เมื่อต้องการพูดกับผู้คน" ดังนั้นนางได้ตอบรับ และได้ใช้ทาสของนางให้ทำมิมบัรขึ้นจากไม้ทามาริสก์ หลังจากได้ทำเสร็จแล้ว นางก็ได้ส่งมันไปยังท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วได้ใช้ให้ตั้งไว้ในสถานที่หนึ่งในมัสยิด จากนั้น ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทำการละหมาดบนนั้น และกล่าวตักบีรขณะที่อยู่บนนั้น และทำการรุกู๊วะขณะที่อยู่บนนั้น จากนั้นท่านก็เดินถอยลงมาโดยไม่ได้มองไปด้านหลัง แล้วท่านก็สุญูดที่ฐานของมิมบัร จากนั้นท่านก็กลับขึ้นไปอยู่บนนั้น เมื่อเสร็จจากการละหมาดแล้ว ท่านก็หันไปหาผู้คน แล้วกล่าวว่า "@โอ้มนุษย์เอ๋ย ที่ข้าได้ทำสิ่งนี้เพื่อให้พวกท่านปฏิบัติตามอิหม่าม และเรียนรู้ถึงวิธีการละหมาดของฉัน"