Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่าพันธสัญญาและข้อตกลงระหว่างมุสลิมกับผู้ปฏิเสธศรัทธา และมุนาฟิกีนนั้น คือการละหมาด ดังนั้นใครก็ตามที่ละทิ้งมัน แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศรัทธา.
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกเราว่าอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงห้ามไม่ให้ทำการสาบานต่อบรรพบุรุษ ดังนั้นใครก็ตามที่ต้องการสาบาน ก็จงอย่าสาบานนอกจากต่ออัลลอฮ์เท่านั้น และไม่ควรสาบานต่อสิ่งอื่นใด จากนั้นท่าน อุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่าท่านมิได้สาบานต่อบรรพบุรุษอีกเลยตั้งแต่ท่านได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามมิให้กระทำเช่นนั้น ทั้งโดยเจตนาหรืออ้างถึงคำสาบานของผู้อื่นที่สาบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่าสิ่งแรกที่จะถูกตัดสินในวันกิยามะฮ์ระหว่างผู้คนนั้นคือเรื่องที่เกี่ยวกับความอยุติธรรมที่พวกเขาได้กระทำระหว่างกันคือเกี่ยวกับการนองเลือด เช่น การฆ่าและการทำให้เกิดแผล
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เดินผ่านหลุมศพสองหลุม แล้วท่านก็กล่าวว่า: แท้จริงเจ้าของหลุมศพทั้งสองนี้กำลังถูกทรมาน และเขาทั้งสองก็ไม่ได้รับการลงโทษในเรื่องที่ใหญ่โตอะไรในสายตาของพวกเจ้า แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ใหญ่ในสายพระเนตรของอัลลอฮ์ก็ตาม สำหรับหนึ่งในนั้น เขาไม่สนใจที่จะระวังร่างกายและเสื้อผ้าของเขาจากการเปื้อนปัสสาวะ เมื่อทำการปลดทุกข์ ส่วนอีกคนก็เดินสายนินทาผู้อื่น นำคำพูดของผู้อื่นด้วยเจตนาก่อความเสียหาย ก่อให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกระหว่างบุคคล
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามโดยชายชาวชนบทคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย: ชั่วโมงแห่งการพิพากษาจะเกิดขึ้นเมื่อ? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่เขาว่า เจ้าได้เตรียมความดีอะไรไว้บ้าง? ผู้ถามกล่าวว่า ฉันไม่ได้เตรียมการสำหรับวันนั้นมากนัก ยกเว้นว่าฉันรักอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ เขาไม่ได้กล่าวถึงการสักการะอื่นใดโดยทางจิตใจ ทางร่างกาย หรือทางการเงิน เพราะการงานทั้งสิ้นนั้นล้วนเป็นกิ่งก้านของความรักอันเป็นผลจากความรักนั้น และเพราะความรักที่จริงใจเป็นเหตุจูงใจให้คนพากเพียรทำความดี ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่เขาว่า: เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารักในสวรรค์ บรรดาสหายของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มีความสุขอย่างยิ่งกับข่าวดีนี้ แล้วอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ก็ได้บอกว่า เขารักท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อบูบักร์ และอุมัร และหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับพวกเขา แม้ว่าการงานของเขาจะไม่เหมือนกับการงานของพวกเขาก็ตาม
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เล่าให้บรรดาเศาะฮาบะฮ์เกี่ยวกับดัจญาล ลักษณะของมัน และเครื่องหมายต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดานบีก่อนหน้าท่านไม่ได้บอกแก่ประชาชาติของพวกเขามาก่อนเลย ซึ่งลักษณะบางประการนั้น คือ: แท้จริงดัจญาลมีตาที่บอดข้างหนึ่ง อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงทำสิ่งที่คล้ายสวรรค์และนรกมาพร้อมกับเขา เป็นเพียงการมองเห็นของตาเท่านั้น แต่สวรรค์ของเขาคือนรก และนรกของเขาคือสวรรค์ ใครก็ตามที่เชื่อฟังเขา เขาจะให้เข้าสวรรค์ตามที่สายตาของผู้คนที่เห็นว่าเป็นสวรรค์ แต่มันคือไฟนรกที่เผาไหม้ และใครก็ตามที่ไม่เชื่อฟังเขา เขาจะให้ตกนรกตามที่สายตาของผู้ที่เห็นว่าเป็นนรก แต่มันคือสวรรค์ที่สถาพรนั่นเอง จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เตือนให้ห่างไกลจากการล่อลวงของดัจญาล ดังที่นบีนูห์ได้เตือนประชาชาติของเขา
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ชี้แจงว่า บุคคลย่อมมีความคล้ายคลึงกับเพื่อนสนิทของเขา ทั้งในด้านการดำเนินชีวิตและนิสัยของเขา และมิตรภาพมีอิทธิพลต่อจริยธรรม พฤติกรรม และการกระทำของคน ดังนั้นท่านจึงชี้แนะให้เลือกเพื่อนที่ดี เพราะเพื่อนที่ดีจะชี้นำเพื่อนของเขาสู่ความศรัทธา ความถูกต้อง และความดีงาม และจะเป็นผู้ช่วยเหลือเพื่อนของเขา
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เรียกร้องให้บรรดาผู้ศรัทธารีบเร่งและทำความดีให้มากก่อนที่มันจะเป็นเรื่องที่ยาก และละเลยมันไป เนื่องด้วยฟิตนะฮ์(การล่อลวงต่างๆ)และความคลุมเครือ ที่เข้ามาที่คอยขัดขวางและปิดกั้นจากการทำความดีเหล่านั้น ซึ่งฟิตนะฮ์ (การล่อลวง)นั้น มันมืดมนราวกับกลางคืนที่มือมิด ซึ่งความจริงและความเท็จจะปะปนกัน ทำให้ยากแก่มนุษย์ในการแยกแยะระหว่างสิ่งทั้งสอง และด้วยฟิตนะฮ์ที่รุนแรงนี้ ทำให้คนสับสน จนทำให้คนกลายเป็นผู้ศรัทธาในเวลาเช้า และเป็นผู้ปฏิเสธในเวลาเย็น เป็นผู้ศรัทธาในเวลาเย็น และพอรุ่งเช้าเขากลายเป็นผู้ปฏิเสธ เขาจะละทิ้งศาสนาของเขา เพื่อแลกกับความสุขชั่วขณะในโลกนี้
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้าไปหาท่านหญิง ซัยนับ บินต์ ญะห์ชิน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ด้วยความหวาดกลัวและหวาดหวั่น โดยกล่าวว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ส่งสัญญาณถึงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น และไม่มีความรอดใดๆ จากมัน เว้นแต่ด้วยการหันไปหาพระเจ้าผู้ทรงอำนาจ แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า: ความวิบัติจะประสบแก่ชาวอาหรับจากความชั่วร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกวันนี้ กำแพงของยะอ์ญูจและมะอ์ญูจ ซึ่งเป็นกำแพงที่ซุลกอร์นัยน์สร้างขึ้น ได้ถูกเปิดออกแล้ว เช่นนี้ และเขาก็ใช้นิ้วหัวแม่มือทำเป็นวงกลม ท่านหญิงซัยนับ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: พระเจ้าจะทรงทำลายล้างเราได้อย่างไร ในเมื่อมีผู้ศรัทธาที่ชอบธรรมในหมู่พวกเรา? ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่เธอว่า "เมื่อความชั่วร้ายแพร่หลาย ทั้งจากการฝ่าฝืน ความเสื่อมทราม การทำบาป การผิดประเวณี การดื่มสุรา และอื่นๆ ความหายนะจะครอบงำทุกคน