Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าแถวที่ดีที่สุดของผู้ชายในการละหมาด และได้รับผลบุญและความประเสริฐมากที่สุด เนื่องจากพวกเขาใกล้ชิดกับอิหม่าม พวกเขาฟังการอ่านของอิม่าม และอยู่ห่างจากผู้หญิง แถวที่เลวร้ายที่สุด มีผลบุญและความประเสริฐน้อยที่สุด และอยู่ไกลจากสิ่งที่ศาสนาต้องการมากที่สุดคือแถวสุดท้าย แถวที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงคือแถวสุดท้าย เพราะมันเป็นการปกปิดพวกนางมากกว่า และห่างไกลจากการปะปนกับผู้ชาย การมองเห็นพวกเขาและฟิตนะฮ์จากพวกเขา และแถวที่เลวร้ายที่สุดคือแถวแรก เพราะเธอใกล้ชิดกับผู้ชายและเผชิญกับสิ่งล่อใจ
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เห็นชายคนหนึ่งละหมาดอยู่คนเดียวหลังแถว จึงสั่งให้เขาละหมาดใหม่ เพราะละหมาดของเขาไม่ถูกต้องในกรณีนี้
วันหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ละหมาดฟัจญ์ริ แล้วถามว่า: คนนั้นมาร่วมละหมาดกับเราหรือไม่? เศาะฮาบะฮ์ กล่าวว่า: ไม่ แล้วท่านก็ถามคนอื่นอีกว่า : แล้วคนนั้นมาหรือไม่? พวกเขา กล่าวว่า: ไม่ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า: การละหมาดฟัจญ์ริและอิชาอ์ เป็นการละหมาดที่ยากที่สุดสำหรับคนหน้าซื่อใจคด เนื่องจากความเกียจคร้านแพร่หลายในช่วงเวลาทั้งสองนั้น และเนื่องจากการขาดการโอ้อวดต่อผู้คนในช่วงเวลานั้น เนื่องจากไม่มีใครเห็นได้ในเวลามืด โหากพวกท่านรู้ โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ว่ามีผลบุญและรางวัลมากมายเพียงใดในละหมาดศุบห์ (ละหมาดฟัจญร) และละหมาดอิชาอ์ เพราะผลบุญนั้นสัมพันธ์กับความยากลำบากแล้ว ท่านคงจะมาเข้าร่วมละหมาดทั้งสองเวลา แม้จะต้องคลาน หรือเดินด้วยมือและเข่าก็ตาม. แถวแรกที่อยู่ใกล้ชิดกับอิหม่ามก็เหมือนกับแถวของมะลาอิกะฮ์ที่อยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้าผู้ทรงอำนาจ และหากบรรดาผู้ศรัทธารู้ถึงความประเสริฐของแถวแรกว่าคืออะไร พวกเขาจะรีบเร่งไปหามัน การละหมาดของชายคนหนึ่งกับชายอีกคนหนึ่งนั้น ย่อมได้รับผลบุญมากกว่าการละหมาดของเขาเพียงลำพัง และการละหมาดของเขากับชายสองคนย่อมดีกว่ากับชายคนเดียว การละหมาดที่มีผู้ละหมาดเป็นจำนวนมาก เป็นที่รักยิ่งและประเสริฐยิ่ง ณ. อัลลอฮ์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เตือนผู้หญิงที่แต่งงานด้วยตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของนาง และการแต่งงานของนางถือเป็นโมฆะ และท่านนบีย้ำสามครั้งราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น หากชายที่แต่งงานกับนางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองได้ร่วมหลับนอนกับนางแล้ว มะฮัรเต็มจำนวนจะเป็นสิทธิ์ของนางสำหรับการมีสัมพันธ์ทางเพศที่เกิดขึ้น จากนั้น หากบรรดาผู้ปกครองมีข้อขัดแย้งกันในเรื่องสิทธิ์ในการทำสัญญาแต่งงาน - และพวกเขามีสถานะเท่ากันในเรื่องสิทธิ์ดังกล่าว- สิทธิ์การแต่งงานจะเป็นของผู้ที่ดำเนินการก่อน หากเขามีความตั้งใจเพื่อประโยชน์ของเธอ (ฝ่ายเจ้าสาว) หากผู้ปกครองปฏิเสธที่จะแต่งงานให้ ก็ถือเสมือนว่าเธอไม่มีผู้ปกครอง ดังนั้นสุลต่านหรือผู้แทนของเขา เช่น ผู้พิพากษาหรือผู้มีตำแหน่งคล้ายกัน จะเป็นผู้ทำหน้าที่ผู้ปกครองของเธอ แต่หากผู้ปกครองมีอยู่ สุลต่านจะไม่มีสิทธิ์ทำหน้าที่ผู้ปกครอง
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เตือนสามีที่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของเขาทางทวารหนัก โดยที่เขาถูกสาปแช่งและถูกขับออกจากความเมตตาของพระเจ้า และนั่นถือเป็นบาปใหญ่
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนถึงบทลงโทษอันรุนแรงที่ว่า แท้จริงแล้วอัลลอฮ์จะไม่ทรงมองด้วยสายตาแห่งความเมตตาชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายทางทวารหนักหรือหญิงในทางทวารหนักของเธอ และนั่นเป็นบาปร้ายแรง
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามว่า ภรรยามีสิทธิอะไรเหนือสามีของเธอ? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวถึงสิทธิเหล่านั้นไว้ว่า : ประการแรก: อย่าจำกัดอาหารเฉพาะตัวเองโดยไม่ให้เธอ แต่เจ้าต้องให้อาหารเธอทุกครั้งที่เจ้ากิน ประการที่สอง: อย่าจำกัดเสื้อผ้าเฉพาะตัวเอง แต่จงให้เธอได้แต่งตัวอย่างดี ถ้าเจ้าแต่งตัวดี และหากเจ้ามีรายได้ และมีความสามารถพอ ประการที่สาม: ไม่ควรตีเธอ เว้นแต่ด้วยเหตุผลและความจำเป็น ถ้าเธอถูกตีเพราะวินัยหรือละเลยหน้าที่บางอย่าง ก็ถือเป็นการทุบตีที่ไม่กระทบกระเทือนจิตใจ ไม่โดนหน้า เพราะใบหน้าเป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด และเป็นส่วนที่มีเกียรติและส่วนที่อ่อนโยน ประการที่สี่: อย่าสาปแช่งหรือพูดว่า: ขอให้พระเจ้าทำให้ใบหน้าของคุณน่าเกลียด ดังนั้นอย่าด่าว่าหรือเทียบสิ่งอื่นใดในร่างกายของเธอกับความอัปลักษณ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับความงาม เนื่องจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้หล่อหลอมใบหน้าและร่างกายของมนุษย์ และทำให้ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการดูถูกสิ่งถูกสร้าง หมายถึงการท้าทายผู้สร้าง ขอแด่อัลลอฮ์ให้เราห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ ประการที่ห้า: อย่าทิ้งเธอไว้ยกเว้นบนเตียงของเธอ อย่าหันหลังให้กับเธอ และอย่าย้ายเธอไปบ้านอื่น บางทีนี่อาจเป็นเหตุการณ์ปกติของการละทิ้งระหว่างสามีและภรรยา
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ขอคำสาปแช่ง การขับไล่ และการห่างไกลจากพระเมตตาของอัลลอฮ์แก่สี่ประเภทดังนี้: ประเภทแรก: ผู้หญิงที่ต่อเส้นผมของตนเองหรือของผู้อื่นด้วยเส้นผมอื่น ประเภทที่สอง: และผู้ที่ขอให้คนอื่นต่อผมให้กับเธอ ประเภทที่สาม: ช่างสักที่แทงเข็มไปที่จุดบนร่างกาย เช่น ใบหน้า ฝ่ามือ หรือหน้าอก แล้วทาสีหรือ สิ่งที่คล้ายกันบนเข็ม จนกระทั่งรอยเข็มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือเขียว ทั้งนี้ก็เพื่อประดับตกแต่ง และความงาม ประการที่สี่: ผู้ที่ขอให้สักให้เธอ การกระทำเหล่านี้เป็นบาปใหญ่
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แจ้งว่า ใครก็ตามที่มีภรรยามากกว่าหนึ่งคน และไม่ปฏิบัติต่อภรรยาของเขาเท่าเทียมเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นความเท่าเทียมระหว่างพวกเขาในเรื่องการใช้จ่าย ที่พักอาศัย เสื้อผ้า และการหลับนอน เป็นต้น การลงโทษของเขา ในวันกิยามะฮ์นั้น ร่างกายของเขาครึ่งหนึ่งจะเอียง โดยที่การเอียงของเขานั้นเป็นการลงโทษสำหรับความอยุติธรรม เช่นเดียวกับที่เขาเอนเอียงในพฤติกรรม